เปลี่ยนลูกโมโหร้าย ให้เป็นเด็กที่คุมอารมณ์ตัวเองได้ พ่อแม่ลองฝึกแบบนี้ | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ลูกโกรธง่าย งอแงตลอดเวลา ขว้างของ ร้องไห้ไม่หยุด เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนก็คงเคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้ของลูกกันมาบ้างใช่ไหมคะ? จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะเหนื่อยใจ ท้อแท้ หรือไม่รู้จะรับมือกับอารมณ์ที่รุนแรงของลูกได้อย่างไร
ในความเป็นจริงแล้ว เด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมความสามารถในการควบคุมอารมณ์ได้ดีตั้งแต่แรกนะคะ แต่เป็นทักษะที่ต้อง "ฝึกสมอง" โดยเฉพาะสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับ ทักษะ EF (Executive Functions) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตัวเองได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยฝึกให้ลูกได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันค่ะ
รู้จัก "ทักษะ EF" กุญแจสำคัญสู่การสอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์
อารมณ์โกรธ งอแง หรือระเบิดใส่คนรอบตัว ไม่ได้แปลว่าลูกเป็นเด็กดื้อหรือเลี้ยงยากเสมอไปนะคะแต่เป็นเพราะสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ การรอคอย และการคิดก่อนทำ ยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในกลุ่มของ ทักษะ EF
"ทักษะ EF" หรือ Executive Functions คือ เครื่องมือสำคัญในการใช้ชีวิตที่จะช่วยให้ลูกสามารถคิด วางแผน ลงมือทำ และควบคุมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วทักษะเหล่านี้เกี่ยวอะไรกับการที่เด็กโมโหร้ายล่ะ? คำตอบคือ เกี่ยวข้องโดยตรงเลยค่ะ เด็กที่ยังขาดการพัฒนาทักษะ EF ที่ดี โดยเฉพาะทักษะการควบคุมตัวเอง การรู้จักยับยั้งพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น หรือการคิดหาทางออกเมื่อไม่พอใจ เด็กที่ขาดทักษะเหล่านี้มักจะพบปัญหาในการควบคุมอารมณ์ เมื่อหงุดหงิดก็จะระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีก่อนสมองจะคิดทัน ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจ หรือหาวิธีอื่นที่ดีกว่าในการแสดงความรู้สึกได้นั่นเอง

ดังนั้นการจะปรับพฤติกรรมลูกจากเด็กโมโหร้ายให้เป็นเด็กที่คุมอารมณ์ตัวเองได้ จึงไม่ใช่แค่การดุหรือสั่งสอน แต่คือการช่วยพัฒนาทักษะ EF ให้กับลูกค่ะ
5 วิธีฝึกทักษะ EF เปลี่ยนเด็กโมโหร้ายให้คุมอารมณ์ได้จริง
1.สอนลูกให้รู้จัก "เรียกชื่ออารมณ์" ของตัวเองให้เป็น
ด้วยการชวนลูกระบุอารมณ์เเละพูดความรู้สึก เพราะเด็กเล็กยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขารู้สึกคืออะไร และไม่มีคำศัพท์มากพอที่จะอธิบาย การช่วยให้ลูกระบุชื่อความรู้สึกได้ จะทำให้เขามีเครื่องมือในการจัดการมัน
เมื่อลูกโมโห ลองพูดแทนเขาดูค่ะ เช่น แทนที่จะพูดว่า “หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” ลองเปลี่ยนเป็น “แม่เห็นว่าหนูกำลังโกรธมากเลยใช่ไหมที่ตัวต่อพัง?” การระบุชื่ออารมณ์จะช่วยให้สมองส่วนเหตุผลเริ่มกลับมาทำงาน และทำให้ความรุนแรงของอารมณ์ลดลงโดยอัตโนมัติ หรือลองชวนลูกอธิบายความรู้สึกนั้นออกมาเป็นคำพูดง่ายๆ เช่น "ลูกโกรธ เหมือนก้อนไฟร้อนๆ ในใจ" หรือ "เสียใจ เหมือนฝนกำลังตกในใจ" เป็นต้น การช่วยให้ลูกเข้าใจว่าอารมณ์นี้เรียกว่าอะไร คือก้าวแรกของการควบคุมอารมณ์ตามหลักทักษะ EF เด็กที่รู้จักอารมณ์ตัวเอง จะเริ่มจัดการมันได้ดีขึ้นในอนาคต
2.สอนให้หยุดหายใจ ก่อนอารมณ์พุ่ง
ลองทำให้เป็นเกมสนุก ๆ เช่น ลองมาสูดหายใจลึกเหมือนเป่าลูกโป่ง หายใจช้า ๆ เหมือนเต่าเดิน การหยุดหายใจลึกช่วยให้สมองส่วนหน้าทำงานดีขึ้น และเป็นการฝึกทักษะ EF ด้านการควบคุมตัวเองโดยตรงเลย
3.ฝึกให้ลูก "หยุด คิด ทำ" เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสติ
นี่คือหัวใจสำคัญของการควบคุมอารมณ์ และเป็นหนึ่งในทักษะ EF ด้านการควบคุมตัวเองที่สำคัญที่สุด ลองสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะ "หยุด" ก่อนที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา ด้วยเทคนิคง่าย ๆ เช่น ลองนับ 1 ถึง 5 ช้า ๆ , หายใจเข้าออกลึกๆ 3 ครั้ง เมื่อลูกกำลังจะโมโห ให้เตือนลูกว่า "หยุดก่อน! จำที่เราฝึกกันได้ไหมลูก" ลองฝึกให้ลูกทำบ่อย ๆ ในสถานการณ์ที่ยังไม่ได้โมโหจัด เช่น เวลาอยากได้ของเล่น หรือเวลาเล่นแพ้ เป็นต้น

4.เสนอทางเลือกให้ลูก
การให้ทางเลือกที่เหมาะสม จะช่วยให้เขารู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการตัดสินใจ และเปลี่ยนจุดสนใจจากความโกรธ เป็นการฝึกทักษะ EF ด้านการคิดยืดหยุ่นและการควบคุมตัวเอง ช่วยให้ลูกได้ฝึกคิดหาทางออก แทนที่จะจมอยู่กับอารมณ์ลบ และเลือกวิธีจัดการอารมณ์ที่สร้างสรรค์
ตัวอย่าง เช่น ลองเสนอทางเลือกที่ลูกสามารถทำได้ 2-3 ทาง เช่น "หนูโกรธที่ต่อเลโก้ไม่ได้ใช่ไหมลูก หนูอยากจะลองพักก่อนแล้วค่อยต่อใหม่ หรือจะให้แม่ช่วยดีครับ" หรืออาจเป็นทางเลือกในการระบายอารมณ์ เช่น "หนูอยากจะระบายสี หรือฉีกกระดาษระบายความโกรธดี" เป็นการสอนลูกว่า เมื่อรู้สึกไม่พอใจ เรามีทางเลือกมากมายในการแสดงออกที่ไม่ใช่การทำลายหรือทำร้ายใคร
5.สร้าง "มุมสงบสติอารมณ์" ในบ้าน
แทนที่จะส่งลูกไปกักบริเวณ (Time-out) ด้วยความโกรธ ลองเปลี่ยนเป็นมุมที่ปลอดภัย มีตุ๊กตานุ่มๆ มีสมุดระบายสี หรือของเล่นเสริมพัฒนาการที่เขาชอบ เพื่อให้ลูกรู้ว่ามุมนี้ไม่ใช่ที่ลงโทษนะคะ แต่เป็นพื้นที่ที่สอนให้ลูกรู้ว่า “เมื่ออารมณ์ร้อนเกินไป เราต้องไปพักให้เย็นลงก่อน”
6.สร้างพื้นที่ปลอดภัยและเข้าใจว่ามีแม่/พ่ออยู่ตรงนี้เสมอ
เมื่อลูกเริ่มมีท่าทีจะโมโห โกรธ หรือไม่พอใจ สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ รับฟังและเข้าใจความรู้สึกของลูกก่อน ไม่ใช่การตัดสินหรือสั่งให้หยุดทันที ด้วยการ กอดลูกเบาๆ หรือนั่งลงในระดับสายตาของเขา เเล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เช่น "แม่เห็นว่าหนูกำลังโกรธมากๆ เลยใช่ไหมลูก" หรือ "หนูรู้สึกไม่พอใจที่ไม่ได้ของชิ้นนี้ใช่ไหมครับ
เป็นการฝึกทักษะ EF ด้านการควบคุมตัวเอง การที่พ่อแม่ใจเย็น ไม่แสดงอารมณ์โกรธกลับไป จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นว่า การระงับอารมณ์ตนเองทำได้อย่างไร และเมื่อลูกอารมณ์เริ่มสงบลง ค่อยชวนพูดคุยและหาทางออก
8.พ่อแม่เป็นต้นแบบการจัดการอารมณ์ที่ดี
เพราะเด็กเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ถูกสอน ดังนั้นถ้าพ่อแม่โกรธแล้วตะโกน ระเบิดอารมณ์บ่อยสมองของเด็กจะจดจำว่านี่คือ “วิธีจัดการความไม่พอใจออกมา” แต่ถ้าพ่อแม่พูดออกมาว่า “แม่เริ่มโกรธ ขอหายใจลึก ๆ ก่อนนะ” แบบนี้ลูกจะเรียนรู้วิธีการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้โดยมีพ่อแม่เป็นต้นแบบ
8. ฝึกการยับยั้งชั่งใจผ่าน "การเล่น"

การเล่นเกมที่มีกฎกติกา เช่น เกมซ่อนแอบที่ต้องอดทนรอ หรือการต่อบล็อกที่ต้องใช้ความใจเย็นและความละเอียดอ่อน จะช่วยฝึกสมองให้รู้จักคำว่า “รอคอย” และ “พยายามใหม่” ได้อย่างสนุกสนาน
ความสม่ำเสมอ คือ หัวใจสำคัญ การเปลี่ยนเด็กโมโหร้ายให้เป็นเด็กที่คุมอารมณ์ได้ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืนนะคะคุณพ่อคุณแม่ การฝึกทักษะ EF ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ความอดทน และความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่ด้วยเช่นกัน ยิ่งฝึกผ่านชีวิตประจำวัน การเล่น และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเด็กก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเด็กโมโหง่าย เป็นเด็กที่รู้จักคิด ควบคุมอารมณ์ และแก้ปัญหาได้ดีขึ้น
ไม่ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันนี้ แค่เริ่มฝึกเล็ก ๆ ทุกวัน… เพื่อช่วยให้ลูกค่อย ๆ ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคตให้ลูกอีกด้วยค่ะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-





ความคิดเห็น