ปั้นลูกให้เป็นเด็กฉลาด เริ่มจากฝึกให้ลูกแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

พ่อแม่ทุกคนคงมีความฝันอยากเห็นลูกเติบโตเป็นเด็กที่ฉลาด เก่ง และประสบความสำเร็จในอนาคตจริงไหมคะ? แต่ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความฉลาดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียนดี เกรดสวย หรือท่องจำเก่งอีกต่อไปนะคะ แต่ความฉลาดที่แท้จริงคือ เด็กที่คิดเป็น แก้ปัญหาได้ มีความสามารถในการปรับตัว เรียนรู้ และที่สำคัญที่สุดคือรู้จักการแก้ไขปัญหาที่เข้ามาในชีวิตประจำวันได้อย่างชาญฉลาดค่ะ
หนึ่งในหัวใจที่สำคัญของฉลาดในเด็ก ก็คือ ทักษะ EF หรือทักษะสมองส่วนหน้าที่ช่วยให้เด็กคิด วิเคราะห์ ควบคุมอารมณ์ และลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
วันนี้เราจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูวิธีการปั้นลูกให้ฉลาด เรียนรู้เป็น ฝึกให้ลูกรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองให้เป็น อ่านจบแล้วสามารถนำไปเริ่มต้นฝึกลูกได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
ทำไมการแก้ปัญหาด้วยตัวเองถึงสำคัญต่อทักษะ EF ของลูก?
ความฉลาดในยุคสมัยใหม่ไม่ได้วัดกันที่แค่การจำแม่นหรือสอบได้คะแนนดีค่ะ แต่วัดกันที่ว่า "เมื่อเจออุปสรรค ลูกจัดการอย่างไร?" เมื่อลูกพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สมองส่วนหน้าจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้น เขาต้องดึงความจำมาใช้งาน (Working Memory) ต้องยั้งใจไม่ให้ยอมแพ้ (Inhibitory Control) และต้องคิดยืดหยุ่นเพื่อหาวิธีใหม่ๆ (Cognitive Flexibility) องค์ประกอบเหล่านี้แหละค่ะคือรากฐานของ ทักษะ EF ที่แข็งแรง
ทุกครั้งที่ลูกเจอปัญหาเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ต่อของเล่นไม่สำเร็จ เล่นเกมแล้วแพ้ หรือทำการบ้านไม่เข้าใจสมองส่วนหน้าของลูกกำลังได้รับโอกาสพัฒนา เมื่อลูกได้ลองคิดหาทางออก ได้ลองผิดลองถูก รู้จักปรับวิธีใหม่ ๆ เเละไม่ยอมแพ้ง่ายเมื่อเจอกับอุปสรรค สิ่งเหล่านี้คือการฝึกทักษะ EF โดยตรง ซึ่งจะทำให้ลูกเติบโตเป็นคนที่รับมือกับปัญหาในชีวิตได้ดีในอนาคต

พ่อแม่หลายคนเผลอขัดขวางการพัฒนาทักษะ EF โดยไม่รู้ตัว
เมื่อลูกเจอปัญหาหรืออุปสรรค ด้วยความรักแล้ว เรามักรีบช่วยลูกทันที "เดี๋ยวแม่ทำให้" , "เอามานี่ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง" แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การยื่นมือเข้าไปช่วยลูกเร็วเกินไป เป็นการขัดขวางไม่ให้สมองของลูกได้คิด เเละเป็นการปิดกั้นทักษะ EF ของลูกไปโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นแทนที่จะรีบแก้ไขให้ลองเปลี่ยนเป็นการถามนำ เช่น "หนูคิดว่าน่าจะทำยังไงดี?" หรือ "ถ้าลองอีกแบบจะเป็นยังไงนะ?" คำถามง่าย ๆ เหล่านี้จะช่วยกระตุ้น ทักษะ EF ได้มากกว่าการเฉลยให้ทันที
7 วิธีฝึกทักษะ EF ให้ลูกผ่านการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
วิธีฝึกทักษะ EF ให้ลูกไม่ต้องรอให้ลูกเข้าโรงเรียน แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มต้นฝึกทักษะ EF และทักษะการแก้ปัญหาให้ลูกได้ง่ายๆ ในทุกๆ วัน ด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ
1.อย่าเพิ่งรีบช่วยทันที ให้โอกาสลูกคิด
เมื่อลูกกำลังเผชิญกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่น ต่อบล็อกไม่สำเร็จ หาของเล่นไม่เจอ หรือเสื้อผ้าใส่ยาก แทนที่จะพุ่งเข้าไปช่วยทันที ลองหยุดและสังเกต ให้โอกาสลูกได้ลองคิด ลองทำ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองก่อนค่ะ การทำแบบนี้คือการฝึกการวางแผนและความยืดหยุ่นทางความคิด ให้ลูกได้คิดหาทางออกหลายๆ ทาง เช่น ลูกกำลังพยายามเอาฝาขวดน้ำออกแต่ทำไม่ได้ แทนที่จะเปิดให้เลย ลองถามว่า "ลูกคิดว่าจะทำยังไงดีนะ?" หรือ "ลองหมุนไปอีกทางดูไหม?"
2. ชวนคุย ถามคำถามปลายเปิด
หลังจากลูกลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม การพูดคุยคือสิ่งสำคัญมากค่ะ ใช้คำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นความคิดของลูก เช่น "เกิดอะไรขึ้น?", "ลูกรู้สึกยังไง?", "แล้วลูกลองทำอะไรไปบ้าง?", "ถ้าคราวหน้าเจอแบบนี้อีก ลูกจะลองทำยังไง?" คำถามเหล่านี้ช่วยพัฒนาความจำใช้งาน ให้ลูกได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และพัฒนาการยืดหยุ่นทางความคิดให้ลูกได้ลองคิดวิธีใหม่ๆ ค่ะ
ตัวอย่าง เช่น ลูกเล่นตัวต่อแล้วไม่สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่อาจถามว่า "ทำไมตัวต่อถึงล้มลงนะ? ลูกคิดว่าเราจะทำให้มันแข็งแรงขึ้นได้ยังไง?"

3. ปล่อยให้เจอความผิดพลาด (ที่ปลอดภัย) และเรียนรู้จากมัน
ความผิดพลาดคือครูที่ดีที่สุด การห้ามไม่ให้ลูกทำผิดเลย เท่ากับปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้ของเขาค่ะ ตราบใดที่ความผิดพลาดนั้นไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือทรัพย์สิน ปล่อยให้ลูกได้ลอง ได้เจอ ได้ผิดพลาดบ้าง แล้วค่อยชวนลูกมาเรียนรู้ว่า "ครั้งหน้าเราจะปรับปรุงตรงไหนได้บ้าง" สิ่งนี้จะช่วยพัฒนาการควบคุมอารมณ์ไม่ให้ท้อแท้ง่ายๆ และการยืดหยุ่นทางความคิดให้รู้จักมองหาทางออกใหม่ๆ
เช่น ลูกอยากตักน้ำแข็งเองแล้วทำหก ลองพูดว่า "ไม่เป็นไรลองดูสิว่าคราวหน้าจะตักยังไงไม่ให้หกง่ายๆ" แล้วให้เขาช่วยเช็ดเอง
4. สร้างสถานการณ์ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และวางแผน
ผ่านกิจกรรมที่ต้องอาศัยการคิดและแก้ปัญหา เช่น การเล่นบทบาทสมมติ การต่อบล็อกอิสระ การทำอาหารง่ายๆ การสร้างผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ หรือเล่นเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์ (เช่น เกมกระดานง่ายๆ) กิจกรรมเหล่านี้กระตุ้นให้ลูกได้ใช้การวางแผน การจัดระบบและความยืดหยุ่นทางความคิดได้อย่างเต็มที่
เช่น ชวนลูกมา "สร้างบ้านให้ตุ๊กตา" โดยให้มีโจทย์ว่าต้องมีประตูหน้าต่าง แล้วดูว่าลูกจะใช้ของอะไรมาทำ และสร้างยังไง
5.เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ปัญหาให้ลูกเห็น
เด็กเรียนรู้จากการเลียนแบบค่ะ เมื่อคุณพ่อคุณแม่เผชิญกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น หาของไม่เจอ หรือเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น ลองให้ลูกเห็นกระบวนการคิดของคุณ อาจจะพูดออกมาดังๆ เช่น "โอ๊ะ! กุญแจรถหายไปไหนนะ? ลองนึกซิว่าเมื่อกี้เราวางไว้ตรงไหน? อ๋อ! น่าจะอยู่ในกระเป๋าใบนั้นนะ" การเป็นแบบอย่างจะช่วยพัฒนาความจำใช้งานและการวางแผนให้ลูกซึมซับไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ
เช่น เมื่อรถติด คุณพ่อคุณแม่อาจพูดว่า "รถติดจังเลยนะ เราจะไปถึงที่นั่นสายหรือเปล่า? ลองดูแผนที่ซิว่ามีทางลัดอื่นอีกไหมนะ?"
6. ให้ชื่นชมลูกที่ "ความพยายาม" ไม่ใช่ "ผลลัพธ์"
เมื่อลูกแก้ปัญหาได้ หรือแม้แต่จะยังทำไม่ได้ ให้ชมลูกที่ "กระบวนการ" ค่ะ เช่น "แม่ภูมิใจจังที่หนูพยายามหาวิธีต่อมันตั้งนาน" การชมแบบนี้จะสร้าง Growth Mindset ทำให้ลูกไม่กลัวความผิดพลาด และพร้อมจะกลับมาใช้ทักษะ EF แก้ปัญหาในครั้งต่อไปอย่างมั่นใจ
7.ของเล่นเสริมพัฒนาการ…สนามจำลองของการแก้ปัญหา
ของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับเด็กยุคนี้ คือของเล่นที่ "ท้าทายแต่ไม่ทำลายความเชื่อมั่น" ค่ะ ของเล่นเสริมพัฒนาการประเภทจิ๊กซอว์ ตัวต่อรูปทรงแปลกใหม่ หรือเกมกระดานที่ต้องวางแผนล่วงหน้า เมื่อลูกเล่นและแก้โจทย์ในของเล่นได้ เขาจะสะสม "ความรู้สึกว่าฉันทำได้" ซึ่งเป็นพลังใจสำคัญที่ทำให้เขาไม่ย่อท้อเมื่อเจออุปสรรคในชีวิตจริงค่ะ

เมื่อลูกมี ทักษะ EF ที่แข็งแรง พวกเขาจะสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีสติ มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ย่อท้อง่าย ๆ และพร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งนั่นเองค่ะ
การปั้นลูกให้เป็นเด็กฉลาดและเป็นนักแก้ปัญหา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเร่งรีบหรือกดดันค่ะ แต่ลองค่อย ๆ สร้างโอกาสให้ลูกได้ลองทำ ได้คิด ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและส่งเสริมทักษะ EF ที่เป็นรากฐานสำคัญของทุกๆ การเรียนรู้
เมื่อลูกมีทักษะ EF ที่แข็งแกร่ง ลูกจะกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย ไม่กลัวความผิดพลาด และพร้อมที่จะเรียนรู้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดเป็น ทำเป็น และมีชีวิตที่มีความสุขได้อย่างแท้จริงค่ะ มาร่วมสร้าง "นักแก้ปัญหาตัวน้อย" ให้ลูกของเราด้วยความรักและความเข้าใจกันนะคะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-





ความคิดเห็น