ลูกจะเติบโตในยุค AI อย่างไร? ทำไม "ทักษะ EF" ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทุกคน | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 31 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

โลกทุกวันนี้หมุนเร็วมากค่ะคุณพ่อคุณแม่ เราจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับ AI (Artificial Intelligence) หุ่นยนต์และการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตหนาหูมากขึ้น พัฒนาการของ AI ฉลาดเเละเก่งขึ้นทุกวัน AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้เร็วขึ้น จนคุณพ่อคุณแม่อาจเกิดความกังวลว่า แล้วลูกของเราจะเติบโตในโลกแบบนี้ได้ยังไง? ต้องเตรียมตัวลูกของเราอย่างไรให้พร้อมรับมือกับโลกของ AI
ต้องเรียนอะไรเพิ่ม หรือต้องรีบให้ใช้เทคโนโลยีเยอะขึ้นไหม? แต่รู้ไหมคะว่าทักษะที่เป็นมนุษย์ที่สุด และไม่สามารถถูกแทนที่ได้ด้วย AI นั่นแหละค่ะ คือ อาวุธลับ ที่จะทำให้ลูกของคุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จในอนาคตได้ด้วยการกลับมาโฟกัสกับ รากฐานทักษะสมอง นั่นก็คือ ทักษะ EF (Executive Functions) นั่นเองค่ะ แม้แต่ในยุคที่ข้อมูลและความรู้อยู่แค่ปลายนิ้ว แต่ทักษะ EF ยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งกว่าความรู้ใดๆ สำหรับเด็กทุกคน
บทความนี้จะชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนไปดูเทคนิคเตรียมลูกให้พร้อมด้วยการฝึกทักษะ EF ที่จะอยู่รอดในยุค AI ไปพร้อมกัน ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
ทำไมยุค AI ถึงยิ่งต้องใช้ “ทักษะ EF”
ทักษะ EF คือความสามารถของสมองส่วนหน้า ที่ช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น ควบคุมตัวเองได้ และจัดการชีวิตได้อย่างมีเป้าหมาย และยิ่งเป็น ยุค AI ทักษะนี้ยิ่งจำเป็นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้ว่า AI จะทำงานเร็วกว่า เก่งกว่าในหลายด้าน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ คือ "การตัดสินใจอย่างมีมนุษยธรรม" ซึ่งเกิดจากทักษะ EF โดยตรง เช่น การคิดวิเคราะห์ การยับยั้งชั่งใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การตั้งเป้าหมายและลงมือทำตามจริง การจัดการอารมณ์ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความเข้าใจ

ในโลกอนาคต เด็กที่มีทักษะ EF ดี จะเป็นเด็กที่ รู้ว่าอะไรสำคัญ อะไรควรทำก่อน-หลัง รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง สามารถตัดสินใจเป็นเมื่อเจอสถานการณ์ซับซ้อน เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เร็ว เพราะสมองเป็นระบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือทักษะที่มนุษย์เท่านั้นที่มี และเป็นทักษะที่ทำให้เด็กนำหน้า AI ไม่ใช่ถูกแทนที่
AI ทำงานเก่ง แต่ยังขาดทักษะการเป็นผู้นำชีวิต
AI อาจจะเขียนโค้ดได้เก่ง คำนวณได้เร็วกว่า หรือหาข้อมูลได้ลึกกว่ามนุษย์ แต่ AI ยังทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ค่ะ
คิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ : AI ประมวลผลจากข้อมูลที่มีอยู่ แต่ความคิดริเริ่มที่แตกต่างและนอกกรอบเป็นทักษะของมนุษย์
จัดการกับความล้มเหลวทางอารมณ์ : AI ไม่มีความรู้สึก ไม่มีแรงจูงใจในการลุกขึ้นสู้เมื่อผิดหวัง
ตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน : การตัดสินใจที่ต้องใช้คุณธรรม จริยธรรม และความยืดหยุ่นทางความคิด
นี่คือจุดที่ ทักษะ EF เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะ EF คือทักษะที่ช่วยให้ลูกของคุณเป็นผู้นำชีวิตของตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ EF 3 ส่วนหลักนี้ ได้แก่
1. การควบคุมตนเอง (Inhibitory Control) : ช่วยให้ลูกหยุดชั่งใจ ไม่ทำตามอารมณ์ชั่ววูบ ลูกในยุค AI ต้องสามารถควบคุมตัวเองให้ ไม่วอกแวก กับหน้าจอหรือสิ่งเร้าที่มาใหม่ตลอดเวลา และจดจ่ออยู่กับเป้าหมายที่สำคัญ
2. ความยืดหยุ่นความคิด (Cognitive Flexibility) : ช่วยให้ลูกปรับตัวได้รวดเร็วเมื่อเจอความเปลี่ยนแปลง ลูกต้องไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ แต่พร้อมที่จะลืมสิ่งที่รู้ และ เรียนรู้สิ่งใหม่ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป
3. ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) : ช่วยให้ลูกเก็บข้อมูลความรู้ใหม่ ๆ พร้อมทั้งนำความรู้เดิมมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ทันที

ทักษะ EF ช่วยลูกได้อย่างไรในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว?
1) ฝึกคิด ไม่ใช่แค่จำ — ข้อมูลที่ AI ให้ได้มีมากมาย แต่ความสามารถในการแยกแยะและใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ คือ ทักษะ EF เด็กที่มีทักษะ EF ดี จะไม่เชื่อทุกอย่างที่เห็น แต่จะคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถามได้
2) รู้จักบริหารเวลาและงาน — AI ช่วยได้ แต่เด็กต้องเป็นคนตัดสินใจ AI เตือนนัดให้ได้ แต่เด็กต้องรู้เองว่า อะไรสำคัญที่สุดตอนนี้ นี่คืองานของทักษะ EF เช่น การวางแผนและการจัดลำดับความสำคัญ
3) ควบคุมอารมณ์และความเครียดได้ — ยุค AI คือยุคเปลี่ยนแปลงเร็ว เด็กจะเจอความกดดันมากกว่าที่เราคิด EF ช่วยให้เด็กตั้งหลัก รู้สึกมั่นคง และไม่โดนอารมณ์ครอบงำง่าย
4) พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต — AI เปลี่ยนทุกอย่างรวดเร็ว เด็กที่มี EF ดีจะเรียนรู้ได้ต่อเนื่องและไม่กลัวสิ่งใหม่ คือทักษะที่จำเป็นต่อการอยู่ในอนาคตแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เราจะฝึกทักษะ EF ให้ลูกเพื่อรับมือยุค AI ได้อย่างไร?
1.สร้างเวลาปลอดจอให้ลูกได้เบื่อบ้าง
เพื่อให้ลูกได้ฝึกความยืดหยุ่นความคิด และการคิดสร้างสรรค์ เมื่อลูกเบื่อ เขาจะถูกผลักดันให้ต้อง คิดนอกกรอบ เพื่อหาวิธีเล่นหรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้
2. ให้ลูกทำงานเล็กๆ ด้วยตัวเอง
ด้วยกิจกรรมง่ายๆที่ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ใส่รองเท้า เก็บของเล่น วางแผนการบ้าน คือการฝึกความรับผิดชอบและการวางแผนที่เป็น EF โดยตรง
3. เล่นเกมที่ต้องวางแผนล่วงหน้าและแก้ปัญหา
จะช่วยฝึกการวางแผนและการควบคุมตนเอง ด้วยการชวนลูกเล่นเกมที่ต้องคิด 2-3 ขั้นตอนล่วงหน้า เช่น หมากรุก, เกมกลยุทธ์, หรือการเล่นตัวต่อที่ต้องกำหนดเป้าหมายก่อนสร้าง การเล่นแบบนี้สอนให้ลูกรู้ว่าการอดทนคิดก่อนทำ นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า
4.สนับสนุนความคิดเห็นที่แตกต่างของลูก
เมื่อลูกมีไอเดียที่แตกต่างจากคุณอย่ารีบปฏิเสธ แต่ให้ถามว่า “ทำไมถึงคิดแบบนั้น?" หรือ "มีทางเลือกอื่นอีกไหม?" การยอมรับความเห็นที่หลากหลายเป็นการฝึกให้ลูกเปิดใจและปรับเปลี่ยนมุมมอง ลูกจะได้ฝึกใช้ความคิดยืดหยุ่น นี่คือการฝึกคิดวิเคราะห์ระดับสูง ซึ่ง AI ทำแทนไม่ได้
5.สอนให้ลูกยอมรับความล้มเหลวและเรียนรู้จากมัน
เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์เเละการมุ่งเป้าหมาย เมื่อลูกทำผิดพลาดในการเล่น อย่าเข้าไปแก้ให้ แต่ให้ถามว่า "หนูเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนี้ได้บ้าง?" การเรียนรู้จากความล้มเหลวคือทักษะสำคัญในการฟื้นตัวที่จะอยู่รอดในโลกที่ไม่แน่นอน

ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเทคโนโลยีเปลี่ยนไม่หยุด เด็กที่คิดเป็น ควบคุมตัวเองได้ แก้ปัญหาเป็น และเรียนรู้ได้ต่อเนื่อง จะเป็นเด็กที่อยู่รอด แข็งแรง และมีศักยภาพเหนือ AI และทักษะทั้งหมดนี้ต้นทางอยู่ที่ ทักษะ EF พ่อแม่ที่เริ่มฝึก EF ให้ลูกตั้งแต่วันนี้ คือการมอบเกราะป้องกันชีวิตในโลกอนาคตให้กับเขา แบบที่เทคโนโลยีไหนก็แทนไม่ได้ค่ะ
ในยุคที่ AI สามารถจัดการข้อมูลและทำงานซ้ำ ๆ ได้อย่างแม่นยำ เตรียมลูกให้พร้อม ด้วยการฝึกทักษะ EF ที่จะอยู่รอดในยุค AI สิ่งที่โลกต้องการที่สุดคือ มนุษย์ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์, แก้ปัญหาที่ซับซ้อน, มีความยืดหยุ่น และมีแรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นี่คือหัวใจของ ทักษะ EF ค่ะ การลงทุนในของเล่นเสริมพัฒนาการที่ส่งเสริม ทักษะ EF จึงไม่ใช่แค่การซื้อของเล่น แต่คือการลงทุนในการสร้าง "ผู้นำ" ที่สามารถนำพาชีวิตของตัวเองไปได้ในทุกสภาพแวดล้อม และกลายเป็นคนที่มีคุณค่า เหนือกว่าเครื่องจักรในโลกอนาคตอย่างแท้จริงค่ะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-

