top of page

รู้ไหม? พ่อแม่ตีกรอบมากเกินไป...ทำลาย EF ลูกไม่รู้ตัว | ทักษะ EF วันละตอน


" ห้ามทำแบบนั้นนะ! " "ลองทำแบบนี้ซิ!"

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้ ที่มักจะเผลอพูดกับลูกไปเมื่อเห็นว่าลูกทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ในฐานะพ่อแม่ล้วนแต่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก อยากให้เขาปลอดภัยเเละเดินไปในทางที่ถูกต้องเสมอ แต่รู้ไหมคะบางครั้ง "ความหวังดี" ที่มาพร้อมกับการ "ตีกรอบ" ลูกมากเกินไป อาจกำลังทำร้ายพัฒนาการสำคัญบางอย่างของลูกเราโดยไม่รู้ตัว


ทักษะ EF หรือ Executive Functions คือชุดทักษะสมองที่ช่วยให้เด็กคิดเป็น ควบคุมอารมณ์ได้ วางแผนเป็น แก้ปัญหาเองได้ และเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำถูกตลอดเวลา แต่เกิดจากการได้ลองคิด ลองผิด ลองตัดสินใจด้วยตัวเอง


บทความวันนี้เราจะมาคุยกันแบบเปิดใจ ชวนคิด ชวนคุย ถึงเรื่องที่อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านต้องหันกลับมามองพฤติกรรมการเลี้ยงลูกของตัวเอง และทำความเข้าใจว่าทำไมการปล่อยให้ลูกได้ "เรียนรู้ที่จะล้ม" บ้าง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตเหมือนกัน ลองไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ


เมื่อความหวังดี… กลายเป็นการ "ตีกรอบ" ที่ทำลาย EF ของลูกโดยไม่รู้ตัว



คุณพ่อคุณแม่ลองนึกภาพสถานการณ์เหล่านี้ดูนะคะ

  • "อย่าทำแบบนั้น เดี๋ยวพัง!"

  • "ลูกทำตามที่แม่บอกก็พอ ไม่ต้องคิดเอง"

  • "วิธีนี้ถูกที่สุดแล้ว อย่าเถียง!"


ประโยคข้างต้นอาจฟังดูเหมือนคำสอนธรรมดา แต่ถ้าเกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกวัน เมื่อเราขีดเส้นให้ลูกเดินตามเป๊ะๆ ทุกอย่าง สมองส่วนหน้าของลูกก็ไม่จำเป็นต้องทำงาน เด็กจะเริ่มเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเอง ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องลอง ไม่ต้องแก้ปัญหาเอง รอให้ผู้ใหญ่ตัดสินใจแทนเสมอ ผลที่ตามมาคือลูกอาจจะกลายเป็น "เด็กว่านอนสอนง่าย" ในสายตาคนทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาอาจจะขาดความมั่นใจ คิดเองไม่เป็น และเมื่อวันหนึ่งที่ต้องเผชิญโลกกว้างโดยไม่มีเราคอยชี้แนะ ทักษะ EF ที่ไม่เคยถูกใช้งานเลยก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่


ทักษะ EF โดยเฉพาะเรื่องการคิดวิเคราะห์ การควบคุมตัวเอง และการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ลูกเติบโตไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นก็จะไม่ได้รับการพัฒนาไปด้วย


สัญญาณที่บอกว่าเรากำลัง "ตีกรอบ" ลูกจนเกินไป

ลองมาดูกันว่า พฤติกรรมแบบไหนที่คุณพ่อคุณแม่กำลังทำ อาจกำลังขัดขวางการเติบโตของ EF ลูกอยู่บ้าง?

1.  ตัดสินใจแทนลูกทุกเรื่อง

ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง "ลูกควรใส่เสื้อตัวนี้" หรือ "หนูควรกินอันนี้" ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่น "ลูกต้องเรียนพิเศษวิชานี้" เมื่อลูกไม่มีโอกาสได้เลือก ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลย เขาจะขาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะการวางแผน และทักษะการริเริ่ม นั่นก็เพราะทุกอย่างถูกจัดเตรียมและกำหนดไว้ให้หมดแล้ว


2.  จัดการปัญหาให้ลูกทุกอย่าง

พ่อแม่หลายคนกลัวลูกล้มเหลว จึงรีบช่วย รีบแก้ รีบบอกคำตอบ เมื่อลูกเจอปัญหา เช่น เพื่อนไม่เล่นด้วย ของเล่นพัง หรือทำการบ้านไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่มักจะรีบเข้าไปช่วยแก้ปัญหาทันที หรือบอกวิธีแก้ไขให้ลูกฟังทั้งหมด โดยไม่ปล่อยให้ลูกได้ลองคิดเอง หาทางออกเอง เมื่อลูกไม่เคยได้เผชิญหน้ากับความท้าทายด้วยตัวเอง เขาจะขาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะการยืดหยุ่นความคิดและทักษะการแก้ปัญหาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทักษะ EF


3.  กรอบที่เน้นถูก-ผิด มากกว่ากระบวนการเรียนรู้

คุณพ่อคุณแม่หลายคนสนใจแค่ว่าผลลัพธ์ถูกไหม แต่ไม่ได้สนใจว่าลูกคิดมายังไง ทั้งที่ทักษะ EF เติบโตจาก "กระบวนการคิด" ไม่ใช่แค่คำตอบสุดท้าย การถามลูกว่า "หนูคิดแบบนี้ได้ยังไงนะ" หรือ "ถ้าลองอีกวิธีจะเป็นยังไง" คำถามลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้น EF ได้ดีกว่าการบอกว่าผิดหรือถูกหลายเท่า


4.  ตารางชีวิตที่อัดแน่นจนเกินไป

เช่น การให้ลูกมีคอร์สเรียนพิเศษทุกวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่เหลือเวลาให้เขาได้ใช้เวลาสำหรับเล่นอิสระ ไม่มีเวลาได้ลองทำอะไรตามใจตัวเอง การมีตารางชีวิตที่แน่นเอี๊ยด ทำให้ลูกไม่มีเวลาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีโอกาสได้วางแผนการเล่นของตัวเอง และขาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการตนเอง



5.  คาดหวังความสมบูรณ์แบบ

คุณพ่อคุณแม่บางท่านมักจะคาดหวังให้ลูกทำทุกอย่างได้ดีเลิศ ไม่มีที่ติ และจะคอยจับผิดหรือวิพากษ์วิจารณ์เมื่อลูกทำผิดพลาด การไม่ยอมให้ลูกได้ลองผิดลองถูก หรือการกลัวความผิดพลาด จะทำให้ลูกขาดความกล้าที่จะริเริ่ม กลัวที่จะทำอะไรใหม่ ๆ และทำให้ทักษะการยับยั้งชั่งใจ กลายเป็นการยับยั้งตัวเองจากความคิดสร้างสรรค์


6.  ควบคุมทุกรายละเอียด

การที่พ่อแม่คอยกำกับลูกในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำกิจกรรม เช่น "หยิบดินสอแบบนี้สิ" "ระบายสีออกนอกเส้นไม่ได้นะ" ทำให้ลูกไม่ได้รับโอกาสในการคิดเอง ทำเอง และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอิสระในการแสดงออก ซึ่งขัดขวางการพัฒนาทักษะการริเริ่มและทักษะการทำงานโดยไม่มีผู้ชี้นำ


เปลี่ยนการตีกรอบให้ลูกจากการ "สั่ง" เป็นการ "สร้างทักษะ EF"

คำตอบไม่ได้อยู่ที่การเลิกดูแลลูก หรือเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลยนะคะ แต่คือการเปลี่ยนจากการตีกรอบให้ลูกมาเป็นการสร้างรั้วที่ยืดหยุ่นได้ให้ลูกค่ะ มาลองปรับเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกได้พัฒนาทักษะ EF อย่างเต็มศักยภาพกันค่ะ


  1. ให้สิทธิ์ในการเลือก : แทนที่จะสั่งว่า "ใส่ชุดนี้!" ลองเปลี่ยนเป็น "วันนี้อากาศดี ลูกอยากใส่เสื้อตัวสีฟ้าหรือสีเหลืองดีคะ?" การเลือกเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้คือการกระตุ้นให้สมองได้ฝึกตัดสินใจ

  2. เรียนรู้ผ่านความผิดพลาด  : หากลูกอยากต่อบล็อกไม้ด้วยวิธีที่ดูยังไงก็ล้มแน่ ๆ ลองปล่อยให้เขาลองทำดูค่ะ เมื่อมันล้มลง เขาจะได้ฝึก ทักษะ EF ในการคิดยืดหยุ่นเพื่อหาวิธีใหม่นั่นเอง

  3. เปลี่ยนจากการใช้ "คำสั่ง" ให้เป็น "คำถาม" : เช่น แทนที่จะบอกว่า "เก็บของเล่นเดี๋ยวนี้!" ลองถามว่า "เรามีวิธีไหนที่จะทำให้ห้องนี้กลับมาสะอาดเหมือนเดิมได้บ้างนะ?" วิธีนี้จะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะการวางแผน 

  4. ปล่อยให้ลูกได้เผชิญหน้ากับปัญหาเล็ก ๆ ด้วยตัวเอง : เมื่อลูกเจอปัญหา ให้ลองใช้การถามคำถามปลายเปิด เช่น "ลูกคิดว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงดีนะ?" หรือ "มีวิธีอื่นอีกไหมที่ลูกจะลองทำ?" การปล่อยให้ลูกได้ลองผิดลองถูก จะช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและทักษะการยืดหยุ่นความคิดได้เป็นอย่างดี

  5. ให้เวลาลูกได้เล่นอิสระ : การเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ การเล่นที่ปราศจากการควบคุม จะช่วยให้ลูกได้ใช้จินตนาการ วางแผนการเล่น และฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการตนเองอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ



6. สอนให้ลูกรู้จักจัดการอารมณ์ให้เป็น : เมื่อลูกร้องไห้ โกรธ หรือผิดหวัง ให้ยอมรับอารมณ์ของลูกก่อน แล้วค่อยๆ สอนให้ลูกรู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น เช่น "แม่รู้ว่าหนูเสียใจ ลองหายใจลึก ๆ แล้วค่อย ๆ พูดกับแม่นะ" สิ่งนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ที่สำคัญต่อการเข้าสังคมนั่นเองค่ะ


เราเชื่อมั่นเสมอว่า "การเล่น" คือพื้นที่ที่ดีที่สุดที่ลูกจะได้เป็นอิสระจากกรอบของพ่อแม่ค่ะ เมื่อลูกได้เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการที่เน้นปลายเปิด (Open-ended Play) เขาจะได้ฝึกใช้ทักษะ EF อย่างเต็มที่โดยไม่มีคำว่า "ถูกหรือผิด" มีเพียงจินตนาการและการลองผิดลองถูกที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นใยประสาทในสมองของเขาเท่านั้น


ความรักที่แท้จริงของพ่อแม่ ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับการควบคุมเสมอไปค่ะ แต่คือการปล่อยให้เขาได้เติบโต การให้อิสระที่เหมาะสม หน้าที่ของเราในฐานะพ่อแม่ไม่ใช่การสร้างทางเดินที่ราบรื่นที่สุดให้ลูกเดิน แต่คือ การสร้างสมองและจิตใจให้ลูกแข็งแกร่งเพื่อให้เขาสามารถสร้างทางเดินของเขาเองได้ในอนาคตค่ะ



มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก

วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?

-A.smartbrain-


ความคิดเห็น


งานออกแบบ Banner - แบบประเมิน EF-01.png
bottom of page