สอนลูกให้รู้จักขอ บอก ปฏิเสธ ด้วยตัวเองได้ ทักษะเล็ก ๆ ที่ช่วยพัฒนา EF| ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

เคยไหมคะคุณพ่อคุณแม่…
ที่รู้สึกว่าลูกไม่กล้าบอกว่าอยากได้อะไร ไม่รู้จะเริ่มต้นสื่อสารความรู้สึกยังไง หรือบางครั้งก็ถูกเพื่อนๆ ชวนทำในสิ่งที่ไม่ต้องการแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ? สถานการณ์เหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาผู้ใหญ่ แต่แท้จริงแล้วมันกำลังส่งสัญญาณสำคัญถึงการพัฒนาทักษะ EF (Executive Functions) ซึ่งเป็นชุดทักษะการบริหารจัดการชีวิตที่สำคัญของลูกน้อยในอนาคตด้วย
บทความนี้จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจกันว่า ทักษะเล็ก ๆ อย่างการ "ขอ – บอก – ปฏิเสธ" มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของมารยาทสังคมที่ดีเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญให้ลูกควบคุมอารมณ์ได้ และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างมั่นใจผ่านการให้ความสำคัญกับการฝึกทักษะ EF ให้ลูก ลองตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
ทำไมการ "ขอ บอก ปฏิเสธ" ถึงเป็นกุญแจสำคัญของทักษะ EF?
คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะสงสัยว่า แค่สอนลูกให้รู้จัก "ขอ บอก ปฏิเสธ" เกี่ยวข้องกับสมองยังไง?จริงๆ แล้วกระบวนการเหล่านี้ต้องใช้พลังสมองเยอะมากเลยค่ะ เพราะเด็กต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) และยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility) เพื่อให้สามารถจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง หรือเก็บกดความรู้สึกไว้คนเดียว
ทุกครั้งที่ลูกต้องตัดสินใจว่าจะพูดอะไร รู้สึกอย่างไร หรือควรตอบสนองแบบไหน สมองส่วนหน้าจะทำงานเต็มที่ เด็กที่สามารถสื่อสารความต้องการของตัวเองได้ชัดเจน จะมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และทักษะ EF ที่แข็งแรงกว่า
• เมื่อลูก "ขอ" ความช่วยเหลือ → เด็กต้องรู้ตัวเองว่าทำได้แค่ไหน
• เมื่อลูก "บอก" ความรู้สึก → เด็กฝึกการสื่อสารและควบคุมอารมณ์
• เมื่อลูก "ปฏิเสธ" อย่างสุภาพ → เด็กใช้การคิดวิเคราะห์และความกล้าแสดงออก
3 ทักษะเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกตั้งแต่วันนี้
1. สอนให้ลูก "ขอ" เป็น ไม่ต้องเก่งทุกอย่างคนเดียว
หลายบ้านมักพูดว่า “ทำเองสิ เดี๋ยวก็เป็น” ซึ่งจริง ๆ แล้วการทำเองสำคัญก็จริง แต่การขอความช่วยเหลือเป็น ก็สำคัญไม่แพ้กัน การที่ลูกรู้จัก "ขอ" ไม่ใช่แค่การเรียกร้อง แต่คือการแสดงออกถึงความต้องการ การสื่อสาร และการเริ่มลงมือทำเพื่อเป้าหมายของตัวเอง
ลองเปิดโอกาสให้ลูกพูดว่า "แม่ช่วยหนูหน่อยได้ไหม" , "หนูยังทำไม่เป็น ขอให้สอนอีกครั้งได้ไหม" สิ่งนี้ช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่า การยอมรับข้อจำกัดของตัวเองไม่ใช่ความล้มเหลว เขามีสิทธิ์ที่จะมีความต้องการและสามารถบอกให้คนอื่นรับรู้ได้ แต่คือทักษะ EF ด้านการรู้จักตนเองและแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม และยังฝึกให้ลูกรู้จักการรอคอยและการยับยั้งชั่งใจ

2. สร้างพื้นที่ให้ลูก “บอก” ความรู้สึกอย่างปลอดภัย
การที่ลูกรู้จัก "บอก" ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และที่สำคัญคือการเปิดช่องทางให้เขาได้รับความช่วยเหลือเมื่อยามจำเป็น เช่น แทนที่จะถามแค่ว่า "วันนี้สนุกไหม" ลองเปลี่ยนเป็น "วันนี้มีอะไรทำให้หนูดีใจหรือไม่สบายใจบ้าง?"
เมื่อลูกได้เล่า ได้ระบาย สมองจะฝึกการจัดการอารมณ์และการคิดทบทวนเหตุการณ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ทักษะ EF ที่ช่วยให้เด็กไม่ระเบิดอารมณ์ง่าย และเข้าใจตัวเองมากขึ้น ฝึกให้ลูกรู้จักเรียบเรียงความคิดและสื่อสารความต้องการอย่างเป็นระบบ

3. ฝึกลูก "ปฏิเสธ" อย่างสุภาพ แต่มั่นใจ
หลายคนโตมากับความคิดว่า "ห้ามขัดคนอื่น เดี๋ยวไม่ดี" แต่ในความจริง เด็กที่ไม่กล้าปฏิเสธ มักถูกชักจูงง่ายและขาดความมั่นใจ การปฏิเสธ เป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องตัวเอง การกำหนดขอบเขต และการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของตนเอง
การปฏิเสธอย่างเหมาะสมไม่ใช่เรื่องของการเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่คือการเคารพตนเองและผู้อื่น ลูกที่ปฏิเสธเป็นจะสามารถยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ถูกชักจูงง่ายๆ และมีอิสระในการตัดสินใจของตัวเอง
พ่อแม่สามารถสอนประโยคง่าย ๆ เช่น "หนูไม่สะดวกตอนนี้ ขอโทษนะ" , "หนูไม่อยากเล่นแบบนี้ ขอเล่นอย่างอื่นได้ไหม?" นี่คือการฝึกทักษะ EF ด้านการควบคุมตนเองและการตัดสินใจ เป็นการปกป้องสิทธิ์ของตนเองอย่างสุภาพซึ่งจะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต

วิธีฝึกลูกให้สื่อสารเก่ง พัฒนาสมองได้อย่างสมวัย
1. ฝึกการ "ขอ" : "รอให้เป็น เย็นให้ได้"
เวลาลูกอยากได้ขนมหรือของเล่นที่แม่ถืออยู่ หรือแม้แต่ขอความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ลองฝึกให้เขาพูดประโยคสั้นๆ เช่น "แม่ครับ/คะ หนูขอ…ได้ไหม?" หรือ “ช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ/ครับ” และหากลูกทำได้ อย่าลืมชื่นชมทันทีนะคะ การฝึกแบบนี้ช่วยให้สมองส่วนหน้าเรียนรู้ที่จะ "หยุด" ความต้องการที่พลุ่งพล่าน แล้วแทนที่ด้วยวิธีการสื่อสารที่ถูกต้อง
2. ฝึกการ "บอก" : "รู้สึกอะไร ให้พูดออกมา"
บางครั้งลูกร้องไห้เพราะสื่อสารไม่ถูก ลองเปิดโอกาสให้ลูกได้พูด ด้วยการถามคำถามปลายเปิด หรือลองช่วยเขาเรียบเรียงดูค่ะ เช่น “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?” , "หนูรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้?"หรือ "หนูเสียใจใช่ไหมที่หุ่นยนต์พัง? บอกแม่ได้นะ" การชวนลูกบอกเล่าความรู้สึกบ่อยๆ คือการฝึก Working Memory หรือความจำใช้งานใน ทักษะ EF ทำให้เขาสามารถดึงคำศัพท์และความรู้สึกมาใช้แก้ปัญหาได้ดีขึ้นในอนาคต
เคล็ดลับ : เมื่อลูกบอกความรู้สึกอะไร ให้พ่อแม่ฟังอย่างตั้งใจ มองตา ไม่ขัดจังหวะ และรับฟังอย่างจริงใจ เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าออกมา
3. ฝึกการ "ปฏิเสธ" : "สิทธิ์ของหนู สื่อสารได้ไม่ผิด"
เราต้องสอนให้ลูกรู้ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะพูดว่า "ไม่" เช่น เมื่อเพื่อนขอแบ่งของเล่นที่เขายังเล่นไม่เสร็จ ให้สอนลูกพูดว่า "ตอนนี้เรายังเล่นไม่อิ่มเลย เดี๋ยวเล่นเสร็จแล้วเราจะบอกนะ" การปฏิเสธอย่างสุภาพแบบนี้คือการฝึกความยืดหยุ่นและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั้นยอดเลยค่ะ
ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับการปฏิเสธของลูก เช่น เมื่อลูกบอกว่า "ไม่เอา" ในเรื่องที่ไม่สำคัญ เช่น "ไม่กินข้าวผัดวันนี้" ควรยอมรับการตัดสินใจของเขา เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าเขามีสิทธิ์ปฏิเสธได้
เล่นให้เป็น = ฝึกทักษะ EF ได้ง่ายขึ้นกว่าที่คิด
เพราะเด็กเรียนรู้ดีที่สุดผ่าน "การเล่น" โดยเฉพาะของเล่นแนวบทบาทสมมติ (Role Play) ลองจำลองสถานการณ์ให้ตุ๊กตาตัวโปรดของลูกลอง "ขอ" หรือ "ปฏิเสธ" กันดูสิคะ การที่เด็กได้ฝึกซ้อมในโลกสมมติจะช่วยให้เขามีความมั่นใจเมื่อต้องไปเจอสถานการณ์จริงที่โรงเรียน
หรือของเล่นเสริมพัฒนาการที่ต้องมีการแบ่งปัน หรือเกมกระดานที่ต้องรอคิว (Turn-taking) ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ทักษะการขอและบอกทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเด็กจะได้ฝึกใช้ทักษะสังคมไปพร้อม ๆ กับการสนุกสนานนั่นเองค่ะ
การสอนลูกให้รู้จัก "ขอ-บอก-ปฏิเสธ" อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทักษะเล็ก ๆ วันนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมทักษะ EF ให้แข็งแกร่ง อย่ารอให้ลูกโตแล้วค่อนสอนให้ลูกรู้จักสื่อสารนะคะ เพราะทักษะเหล่านี้สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อให้ลูกจะเติบโตมาเป็นเด็กที่กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตัวเอง มีเหตุผล สามารถควบคุมอารมณ์และตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือ ภูมิคุ้มกันชีวิต ที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
การสอนให้ลูกสื่อสารไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความสม่ำเสมอค่ะ เมื่อลูกเริ่ม "ขอ บอก ปฏิเสธ" ได้ด้วยตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าเขามีอำนาจในการจัดการชีวิตตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นใจที่ยั่งยืนในอนาคตนั่นเองค่ะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-





ความคิดเห็น