ลูกเลือกกินใช่ไหม? ทำยังไงให้ลูกเป็น"เด็กกินง่าย" พ่อแม่ไม่ต้องกังวลทุกมื้อ? | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

คุณพ่อคุณเคยไหมคะ? ทุกมื้ออาหารกลายเป็นเหมือนสนามรบขนาดย่อมๆ ลูกส่ายหน้า พ่นอาหาร อมข้าว หรือเลือกกินแต่เมนูซ้ำ ๆ จนคุณต้องคอยวิ่งวุ่นตามป้อนอยู่เสมอ หรือบางทีก็เล่นกับอาหารมากกว่าจะยอมกิน จนอาจกลายเป็นความกังวลว่า "ลูกเราจะขาดสารอาหารไหมนะ?" หรือจะกลายเป็นเด็กที่ กินยาก ไปตลอดชีวิต
บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาดูกันว่า เราจะเปลี่ยนสถานการณ์เหล่านี้ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข และปลูกฝังนิสัยการกินที่ดีให้ลูกได้อย่างไร โดยไม่เน้นการบังคับเเละเปลี่ยนลูกให้เป็น "เด็กกินง่าย" พร้อมกับเสริมสร้างทักษะ EF ให้แข็งแรงไปพร้อมกันค่ะ
เบื้องหลัง "เด็กเลือกกิน" ที่ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร
ปัญหา "ลูกเลือกกิน" (Picky Eater) เป็นเรื่องที่พ่อแม่กว่า 50% ต้องเจอ แต่ข่าวดีคือ นี่คือพฤติกรรมที่สามารถปรับได้ และมันไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับเรื่องรสชาติอาหารเท่านั้น แต่มันคือการฝึกฝนทักษะ EF (Executive Functions) ที่สำคัญต่อการเติบโตของลูกในระยะยาวค่ะ
พฤติกรรมการเลือกกินของเด็ก ไม่ได้เกิดจากความดื้อเสมอไปค่ะ อาจมีสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น
1. พัฒนาการตามวัย โดยเฉพาะเด็กช่วงวัยเตาะแตะ ที่ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง การปฏิเสธอาหารบางชนิดเป็นวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์
2. ความไม่คุ้นเคย เด็กๆ อาจไม่ชอบอาหารที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยลอง หรือมีเนื้อสัมผัสและกลิ่นแปลกใหม่
3. สิ่งเร้าภายนอก การมีสิ่งรบกวนมากเกินไปขณะมื้ออาหาร (เช่น โทรทัศน์ แท็บเล็ต) อาจทำให้เด็กเสียสมาธิและไม่อยากกินได้ง่าย
แต่สิ่งที่เรามักมองข้ามไปคือ "ทักษะพื้นฐาน" ที่เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และปรับตัว ซึ่งก็คือ ทักษะ EF นั่นเองค่ะ
เมื่อขาด EF : ลูกอยากกินแต่สิ่งที่คุ้นเคย เมื่อเจออาหารใหม่ ๆ สมองจะสั่งให้ปฏิเสธทันที เพราะเขาขาดความสามารถในการปรับตัวและเปิดใจลองสิ่งที่ไม่คุ้นชิน
เมื่อใช้การกินเป็นอำนาจต่อรอง : เมื่อพ่อแม่แสดงความกังวลมากเกินไป ลูกก็จะเรียนรู้ว่า "การไม่ยอมกิน" คือวิธีที่จะเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นการสอนลูกให้เป็น เด็กกินง่าย จึงไม่ใช่แค่การหาเมนูอร่อย แต่คือการฝึกวินัยและเสริมสร้าง ทักษะ EF ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเข้าใจค่ะ
สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำเพื่อเสริมสร้างให้ลูกเป็นเด็กกินง่าย
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจกำลังทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความหวังดีและความกังวลว่าลูกจะไม่อิ่มหรือกินยาก แต่พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำ อาจกำลังสร้างความเสียหายต่อทัศนคติการกินและขัดขวางการพัฒนา ทักษะ EF ของลูกโดยไม่รู้ตัว นี่คือ 3 สิ่งที่คุณต้องหยุดทำทันที
1.บังคับหรือยัดเยียด จะเป็นการสร้างประสบการณ์เชิงลบ และทำให้ลูกต่อต้านและมื้ออาหารจะกลายเป็นความตึงเครียด เป็นพื้นที่แห่งการต่อสู้ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกต่อต้าน ไม่ใช่แค่ต่ออาหารนั้น ๆ แต่ต่อ กระบวนการกิน ทั้งหมด อีกทั้งยังทำลายทักษะ EF ด้านการควบคุมตนเอง เพราะเขาถูกฝึกให้กินตาม คำสั่ง ของพ่อแม่ ไม่ใช่ความรู้สึกของร่างกายตัวเอง
2.ไม่เอามือถือ, ของเล่น หรือการ์ตูนมาหลอกล่อ จะยิ่งเป็นบิดเบือนคุณค่าอาหารที่แท้จริง ลูกจะเรียนรู้ว่าอาหารไม่ใช่สิ่งมีค่า เป็นเพียงเครื่องมือแลกเปลี่ยนกับรางวัล (คือการได้ดู/ได้เล่น) ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกินเพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ลูกไม่รู้สึกถึงความสำคัญของการกินอย่างมีสติ
3. ตำหนิหรือกดดัน ทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีและอาจปฏิเสธอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่ต้องการให้ลูกได้ทดลองทานอาหารใหม่ๆ ผักชนิดใหม่ การไปตำหนิหรือกดดันให้เขาทาน เช่น "ทำไมลูกถึงไม่ยอมกินสักที?" หรือ "ไม่กินแล้วจะโตได้ยังไง?" สิ่งเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกกลัว การกดดันทำให้ลูกยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยและเลือกที่จะปิดตัวเองไม่ยอมลองอาหารที่ไม่คุ้นเคย นี่คือการขัดขวาง ทักษะ EF ด้านความยืดหยุ่นทางความคิด อีกทั้งยังทำให้ลูกใช้การกิน เป็นอาวุธ เเละเรียนรู้ว่าการปฏิเสธอาหารคือวิธีควบคุมอารมณ์ของพ่อแม่ และจะยิ่งทำให้พฤติกรรมการเลือกกินฝังแน่นขึ้น
5 เคล็ดลับเปลี่ยนลูกเลือกกิน สู่ "เด็กกินง่าย" ที่มีทักษะ EF แกร่ง
เมื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว คุณพ่อคุณแม่ลองมาเริ่มใช้ 5 เคล็ดลับเชิงบวกเพื่อสร้างวินัยการกินที่ยั่งยืนกันค่ะ
เคล็ดลับ 1 : ปล่อยให้ "หิว" เมื่อถึงเวลา (สร้างวินัยและควบคุมตัวเอง)
โดยกำหนดเวลาที่สม่ำเสมอ เพื่อสร้างกิจวัตรที่ดี เช่น มื้อหลัก 30-45 นาที หากลูกไม่กิน ให้เก็บทันที แล้วรอจนถึงมื้อต่อไป โดยไม่ให้ขนมหรือนมทดแทน

เคล็ดลับ 2 : เสนอ-ไม่บังคับ-ทำซ้ำ คือหัวใจสำคัญ (ฝึกความยืดหยุ่นทางความคิด) โดยให้ลูกเลือกอาหารจาก 2-3 อย่างที่พ่อแม่เตรียมไว้ โดยไม่กดดัน วางอาหารใหม่ไว้ให้ลองชิม ไม่กินก็ไม่เป็นไร แต่ต้องทำซ้ำ ๆ

เคล็ดลับ 3 : สร้างพื้นที่ความสุขบนโต๊ะอาหาร (ฝึกสมาธิและส่งเสริมสัมพันธ์ที่ดี)
สร้างบรรยากาศให้มื้ออาหารเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ไม่ใช่การต่อสู้ หรือการบังคับ กินข้าวพร้อมหน้ากัน โดยปิดทีวี/แท็บเล็ต เพื่อให้ทุกคนจดจ่อกับการกินและพูดคุยกันอย่างมีสติ

เคล็ดลับ 4 : ให้ลูกเป็น "ผู้ช่วย" ทำอาหาร (ฝึกการวางแผนและลงมือทำ) เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยก่อนกิน ให้ลูกมีส่วนร่วมในกระบวนการเตรียมอาหาร เช่น ชวนไปเลือกซื้อวัตถุดิบ (ให้ลูกเลือกผักที่ชอบ), ให้ช่วยล้างผักผลไม้ ทำให้ลูกรู้สึกเป็นเจ้าของและคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ หรือแม้กระทั่งให้เขาช่วยจัดโต๊ะอาหาร หรือตักข้าวใส่จานตัวเอง กิจกรรมเหล่านี้ยังช่วยฝึกการวางแผนก่อนลงมือทำ, รู้จักลำดับขั้นตอน, และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ทำกับผลลัพธ์ที่ได้

เคล็ดลับ 5 : นำเสนอจานอาหารอย่างสร้างสรรค์ (กระตุ้นการอยากรู้อยากลอง) ด้วยการจัดจานให้เกิดความน่าดึงดูด แต่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป อาจจะลองเพิ่มผักใหม่ๆ ในปริมาณน้อยๆ ร่วมกับอาหารที่ลูกชอบ เช่น แครอทหั่นเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว

ฝึกทักษะ EF ผ่านมื้ออาหารของลูก
✅ การควบคุมตัวเองและการยับยั้งชั่งใจ ลูกจะได้เรียนรู้ที่จะชะลอความอยาก ในการกินแต่สิ่งที่คุ้นเคย (ของหวาน/ของโปรด) และควบคุมตัวเองให้เปิดใจลองสิ่งใหม่ หรือยอมรับกติกาที่ว่า "ถ้าไม่กินตอนนี้ ก็ต้องรอ" นี่คือการฝึกลูกไม่ให้กินตามอารมณ์หรือความอยากปาก
✅ การวางแผนและการจัดการตัวเอง การกำหนดเวลาอาหารที่ชัดเจนและจำกัดเวลาการกิน ช่วยฝึกให้ลูกรู้จักบริหารจัดการ ปริมาณอาหารและเวลาที่มีอยู่ เขาจะเรียนรู้ว่าต้องกินในปริมาณที่พอดี ไม่เหลือทิ้ง ไม่เล่น และจัดการการกินของตัวเองให้เสร็จทันเวลา นี่คือการฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน
✅ การตัดสินใจและการยืดหยุ่นทางความคิด เมื่อพ่อแม่เสนอทางเลือกที่จำกัดให้ลูกเลือกอาหารจาก 2-3 อย่าง ลูกจะใช้ทักษะการตัดสินใจ ว่าจะเลือกกินอะไร และต้องใช้ความคิดความยืดหยุ่น ในการปรับตัวและยอมรับเมนูที่อาจจะไม่ถูกใจ 100% นี่เป็นการเตรียมลูกให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนอกบ้าน
การแก้ปัญหาลูกเลือกกินไม่ใช่แค่การบังคับให้ลูกยอมกินเท่านั้นนะคะ แต่คือการสร้างประสบการณ์เชิงบวกและเสริมสร้างทักษะ EF อันเป็นรากฐานสำคัญในการใช้ชีวิตของพวกเขาไปด้วยค่ะ เมื่อลูกมีทักษะ EF ที่แข็งแรง พวกเขาจะสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การเรียนรู้ หรือการเข้าสังคม จะต้องอาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอ อย่าท้อถอยกับความไม่สำเร็จในบางมื้อ แต่จงชื่นชมทุกก้าวเล็กๆ ที่ลูกทำได้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ลูกเป็น "เด็กกินง่าย" และเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายได้อย่างแท้จริงค่ะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-




ความคิดเห็น