top of page

ลูกชอบพูดแทรกใช่ไหม? สอนลูกรอคอยจังหวะอย่างสุภาพ พ่อแม่ฝึกได้ง่ายๆ ที่บ้าน | ทักษะ EF วันละตอน

  • รูปภาพนักเขียน: ASTA Mammy & Kids
    ASTA Mammy & Kids
  • 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
ree

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยประสบกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยตื่นเต้น อยากเล่าเรื่องที่เจอมาทั้งวัน อยากขอขนม หรืออยากเล่นสนุกจนเผลอพูดแทรกขึ้นมากลางคันขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์ กำลังพูดกับคนอื่น หรือแม้กระทั่งกำลังตั้งใจทำงานอยู่ใช่ไหมคะ? จนหลายครั้งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด และเริ่มกังวลว่า ลูกเราไม่มีมารยาทหรือเปล่า?


แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ! พฤติกรรม “พูดแทรก” นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติของเด็กๆ เลยค่ะ เพราะสมองของเด็กๆ กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และการควบคุมตัวเองให้รอคอยจังหวะที่เหมาะสมนั้น เป็นหนึ่งในทักษะ EF ที่สำคัญและสามารถเรียนรู้ฝึกฝนกันได้


บทความนี้เราจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจว่าทำไมลูกถึงชอบพูดแทรก และจะสอนลูกให้รู้จักรอคอยจังหวะอย่างสุภาพได้อย่างไร เพื่อเสริมสร้าง ทักษะ EF  ให้ลูกเติบโตเป็นเด็กที่มีความสามารถในการควบคุมตัวเองและเข้าสังคมได้อย่างมีความสุขค่ะ


ทำไมลูกถึงชอบพูดแทรก? ไม่ใช่แค่เรื่อง "มารยาท" แต่คือการฝึกทักษะ EF

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กๆ กันก่อนนะคะ ในช่วงวัยเด็ก (โดยเฉพาะ 2-6 ปี) โลกของเขาคือปัจจุบัน และความต้องการของเขาก็คือเรื่อง ด่วนที่สุด  เมื่อลูกมีเรื่องอยากจะพูด หรือมีความต้องการบางอย่าง สมองของเขายังไม่สามารถประมวลผลได้รวดเร็วพอที่จะยับยั้งความตื่นเต้น หรือรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสมได้ทันที


สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกชอบพูดแทรกขึ้นมา : 

1.ต้องการความสนใจเร่งด่วน เพราะลูกไม่รู้ว่าการรอคืออะไร และคิดว่าการส่งเสียงดังหรือพูดแทรกคือวิธีเดียวที่จะทำให้พ่อแม่หันมามอง

2.ความตื่นเต้นและอยากเล่า ลูกอาจมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ อยากจะแบ่งปันทันที เพราะกลัวจะลืมหรือกลัวจะไม่มีโอกาสได้เล่า

3.ยังไม่เข้าใจบริบททางสังคม เด็กๆ ยังไม่เข้าใจว่าการพูดแทรกอาจเป็นการเสียมารยาท หรือขัดจังหวะการสนทนาของผู้อื่น

4. ขาดทักษะยับยั้งชั่งใจ (EF)  นี่คือหัวใจสำคัญ! ทักษะ EF เป็นความสามารถในการคิดและควบคุมตัวเอง ซึ่งรวมถึง ทักษะการรอคอย เมื่อลูกมีเรื่องอยากบอก สมองส่วนที่ควบคุมให้ "หยุด" และ "รอ"

ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการยับยั้งชั่งใจยังทำงานได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ จึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน

ดังนั้น การสอนลูกให้รู้จัก "รอจังหวะ" จึงไม่ใช่แค่การสอนมารยาท แต่คือการฝึกฝนทักษะ EF ให้แข็งแรง เพื่อให้เขาพร้อมใช้ชีวิตในสังคมได้ในระยะยาวนั่นเอง


เทคนิคสอนลูกรอคอยจังหวะอย่างสุภาพ พ่อแม่ทำได้ที่บ้าน                

เรามาลองดูวิธีการฝึกง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ที่บ้านได้เลย


เทคนิคที่ 1 : กำหนดสัญญาณรอคอย                    

เสมือนเป็นตัวช่วยสื่อสารแบบเงียบๆ ลองกำหนดสัญญาณมือร่วมกันกับลูกค่ะ เช่น เมื่อคุณกำลังพูดอยู่และลูกอยากพูดแทรก ให้ลูกแตะแขนเบาๆ หรือยกมือขึ้น คุณอาจจะส่งสัญญาณตอบกลับด้วยการจับมือ หรือยิ้มให้ เพื่อบอกว่า "แม่เห็นแล้วนะ อดใจรอสักครู่" พอจบบทสนทนาให้รีบหันมาหาลูกทันทีและชมเชยลูกที่สามารถรอได้ จากนั้นค่อยให้ลูกพูดสิ่งที่ต้องการค่ะ วิธีนี้ช่วยให้ลูกฝึกทักษะ EF ด้านการควบคุมตนเองได้ดีเลยค่ะ


เทคนิคที่ 3 : เล่นคือการเรียนรู้ ฝึกลูกผ่านสถานการณ์จำลอง

การเล่นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ ค่ะ ลองเล่นบทบาทสมมติสถานการณ์ที่ต้องรอคอย เช่น "มาเล่นขายของกันนะ ลูกต้องรอให้ถึงคิวลูกค้าคนอื่นก่อน" หรือ "มาเล่นพ่อแม่ลูกกันนะ ลูกต้องรอก่อนนะ แม่กำลังพูดกับพ่ออยู่" การฝึกผ่านการเล่นจะช่วยให้ลูกสนุกและคุ้นเคยกับการฝึกทักษะ EF โดยไม่รู้สึกกดดันค่ะ ของเล่นเสริมพัฒนาการ หลายชิ้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทักษะ EF ด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะการเล่นที่ต้องใช้สมาธิและทำตามกฎ ช่วยให้เด็กเรียนรู้การควบคุมตนเองไปในตัว


เทคนิคที่ 4 : พ่อแม่คือแบบอย่างที่ดีที่สุด

เพราะพ่อแม่คือกระจกของลูกค่ะ เด็กๆ เรียนรู้จากการเลียนแบบค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่แสดงให้เห็นถึงการรอคอยอย่างสุภาพ การไม่พูดแทรกคนอื่น ลูกก็จะซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นไปโดยธรรมชาติ เช่น เมื่อคุณกำลังพูดกับลูกแล้วมีคนอื่นเข้ามาคุย คุณอาจจะบอกลูกว่า "เดี๋ยวนะลูก แม่ขอคุยกับคุณป้าแป๊บหนึ่ง" แล้วค่อยกลับมาคุยกับลูกให้จบเด็กๆ 


รวมถึงไม่ลืมที่จะตั้งใจฟังลูกอย่างจริงใจ เมื่อลูกเริ่มพูด (ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อย) ให้หยุดสิ่งที่คุณทำ วางมือถือ และหันไปสบตาลูก การทำแบบนี้เป็นการสอนลูกด้วยการกระทำว่า "การฟังคือการให้เกียรติ" เป็นพื้นฐานของทักษะชีวิตที่ลูกจะจดจำไปใช้ในชีวิตได้


เทคนิคที่ 5 : ชมเชยและให้กำลังใจ เพราะคำพูดดีๆ สร้างพลังบวกได้เสมอ

เมื่อลูกพยายามอดทนรอคอยได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม อย่าลืมที่จะชมเชยและให้กำลังใจลูกอย่างเฉพาะเจาะจงนะคะ เช่น "แม่ดีใจจังเลยที่ลูกรอได้ ไม่พูดแทรกตอนแม่คุยโทรศัพท์ เก่งมากเลยลูก!" คำชมเหล่านี้จะช่วยเสริมแรงให้ลูกอยากทำพฤติกรรมดีๆ นี้ต่อไป และสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง

อย่าลืมใจเย็นและสม่ำเสมอด้วยนะคะ การสอนลูกเรื่องใดๆ ก็ตามล้วนต้องอาศัยความใจเย็นและความสม่ำเสมอค่ะ บางวันลูกอาจจะทำได้ดี บางวันก็อาจจะเผลอพูดแทรกบ้าง เป็นเรื่องปกติค่ะ สิ่งสำคัญคือการทำซ้ำๆ และทำอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ใช้อารมณ์ แต่ใช้ความเข้าใจและให้กำลังใจเสมอค่ะ

เมื่อลูกสามารถรอคอยจังหวะการฟัง-พูดได้อย่างสุภาพจะช่วยพัฒนาทักษะ EF ได้หลายด้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น


✅ทักษะการควบคุมตนเอง (Inhibitory Control) นี่คือหัวใจสำคัญของการรอคอยค่ะ เมื่อลูกต้องการพูด แต่ต้องยับยั้งตัวเองไม่ให้พูดแทรก นั่นคือการฝึกทักษะ EF ด้านการควบคุมตนเองอย่างแท้จริง การฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้ลูกมีสมาธิมากขึ้น ไม่วอกแวกง่าย และควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ

✅ ทักษะด้านความจำใช้งาน (Working Memory) ขณะที่ลูกกำลังรอคอย เขาจะต้องจดจำสิ่งที่เขาต้องการจะพูดเอาไว้ในใจ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งนี้จะสำคัญอย่างมากต่อการเรียนรู้ การทำความเข้าใจบทเรียน และการแก้ปัญหา

✅ ทักษะการยืดหยุ่นทางความคิด (Flexible Thinking) ลูกจะได้เรียนรู้ว่าบางสถานการณ์อาจไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการทันที และต้องปรับเปลี่ยนวิธีการแสดงออก หรือการรอคอยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นการฝึกทักษะ EF ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด ที่จะช่วยให้ลูกปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ดี ไม่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ


การฝึกทักษะ EF เหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในวัยเด็กเท่านั้น แต่จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต ช่วยให้เขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ มีความสามารถในการจัดการชีวิต และประสบความสำเร็จในอนาคตได้


ประโยชน์ของการฝึกให้ลูกรู้จักรอคอยจังหวะฟัง-พูดอย่างสุภาพ

การสอนลูกให้รู้จักรอคอย ไม่ใช่แค่การสอนเรื่องมารยาทเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการพัฒนาทักษะ EF ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของลูกในระยะยาวเลยค่ะ


• พัฒนาทักษะทางสังคม : ลูกจะเรียนรู้ที่จะเคารพผู้อื่น เข้าใจบทสนทนา และมีเพื่อนได้ง่ายขึ้น

• ส่งเสริมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ : เมื่อลูกรอคอยได้ เขาจะได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารความคิดของตัวเองอย่างเป็นระเบียบและน่าฟังมากขึ้น                                    

• สร้างความมั่นใจในตนเอง : ลูกจะเข้าใจว่าความคิดของเขามีคุณค่า และจะได้รับฟังเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม                  

• เสริมสร้างทักษะ EF ให้แข็งแกร่ง : การรอคอยเป็นการฝึกช่วยพัฒนาทักษะ EF  ด้านการควบคุมตนเอง และการยืดหยุ่นทางความคิด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพค่ะ


การสอนลูกให้รู้จักรอคอยจังหวะอย่างสุภาพ ไม่พูดแทรกเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ค่ะ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลูกมีมารยาทดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง อาจต้องใช้เวลาและความอดทนสูง แต่สิ่งที่พ่อแม่กำลังทำอยู่คือการสร้างวินัยเชิงบวก และกำลังฝึกฝนทักษะ EF ที่ทรงพลังให้แก่ลูก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ การเข้าสังคม และความสำเร็จในชีวิตของเขาในอนาคต


เริ่มต้นฝึกฝนไปพร้อมกับลูกอย่างสนุกสนาน แล้วคุณพ่อคุณแม่จะเห็นพัฒนาการของลูกที่เติบโตอย่างงดงามในทุกๆ วันค่ะ



มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก

วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?

-A.smartbrain-


ความคิดเห็น


bottom of page