สอนลูกจัดการอารมณ์ตั้งแต่ยังเล็ก สำคัญกว่าที่คิด

เสียงร้องไห้ งอแง หรืออารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา อาจเป็นสถานการณ์ที่พ่อแม่หลายบ้านต้องเจออยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกยังเล็ก
บางครั้งพ่อแม่อาจเผลอคิดว่า “ทำไมลูกถึงควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย?”
แต่จริง ๆ แล้วเด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทักษะในการจัดการอารมณ์เหมือนผู้ใหญ่ พวกเขายังต้องค่อย ๆ เรียนรู้ว่าอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นคืออะไร และควรรับมือกับมันอย่างไร
การสอนลูกให้รู้จักและจัดการอารมณ์ตั้งแต่ยังเล็ก
จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น
ทำไมเด็กจึงจัดการอารมณ์ได้ยาก ?
เมื่อเด็กโกรธ เสียใจ ผิดหวัง หรือหงุดหงิด สมองและทักษะในการควบคุมอารมณ์ของเด็กยังอยู่ระหว่างการพัฒนา จึงเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งเด็กจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างตรงไปตรงมา เช่น ร้องไห้ ตะโกน งอแง หรือไม่ยอมทำตาม
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้จึงไม่ใช่การพยายามทำให้ลูก “ไม่โกรธ ไม่ร้องไห้ หรือไม่เสียใจ” แต่คือการช่วยให้ลูกค่อย ๆ เข้าใจว่า
“ความรู้สึกทุกอย่างเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถเรียนรู้วิธีแสดงออกและรับมือกับมันได้”
4 สถานการณ์ที่พ่อแม่สามารถสอนลูกเรื่องอารมณ์ได้

1. เมื่อลูกไม่ได้สิ่งที่ต้องการ
สถานการณ์: ลูกอยากได้ของเล่น แต่พ่อแม่ไม่ซื้อให้ จึงร้องไห้และงอแง
แทนที่จะรีบบอกว่า
❌ “หยุดร้องได้แล้ว”
❌ “แค่นี้เอง จะร้องทำไม”
ลองพูดว่า
✅ “หนูเสียใจใช่ไหมที่วันนี้ไม่ได้ของเล่น”
✅ “แม่รู้ว่าหนูอยากได้ แต่วันนี้เรายังไม่ซื้อกันนะ”
การช่วยเรียกชื่ออารมณ์ให้ลูก จะทำให้ลูกค่อย ๆ เชื่อมโยงได้ว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในตัวเองเรียกว่าอะไร

2. เมื่อลูกโกรธและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
สถานการณ์: ลูกโกรธแล้วปาของเล่น หรือตะโกนเสียงดัง
พ่อแม่สามารถแยกให้ลูกเห็นระหว่าง “ความรู้สึก” กับ “พฤติกรรม”
เช่น
“หนูโกรธได้นะ แต่เราไม่ปาของนะ”
“ถ้าหนูโกรธ ลองบอกแม่ว่า ‘หนูโกรธ’ ได้”
ลูกจะได้เรียนรู้ว่า การโกรธไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องหาวิธีแสดงความโกรธที่เหมาะสม

3. เมื่อลูกทำไม่ได้แล้วหงุดหงิด
สถานการณ์: ลูกต่อจิ๊กซอว์ไม่ได้ ต่อบล็อกไม่สำเร็จ หรือทำกิจกรรมบางอย่างแล้วรู้สึกหงุดหงิด
แทนที่จะรีบทำให้ลูกทั้งหมด ลองอยู่ข้าง ๆ และพูดว่า
“มันยากใช่ไหม ลองพักก่อน แล้วเราค่อยลองใหม่กัน”
จากสถานการณ์เล็ก ๆ แบบนี้ ลูกจะได้ฝึกเรียนรู้ว่า เมื่อเจอสิ่งที่ยาก เราสามารถหยุดพัก ขอความช่วยเหลือ และลองใหม่ได้

4. เมื่อลูกผิดหวังจากการแพ้หรือไม่ได้ดั่งใจ
สถานการณ์: เล่นเกมแล้วแพ้ หรือแข่งกับเพื่อนแล้วไม่ได้เป็นคนชนะ
เราอาจอยากปลอบลูกทันทีว่า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ชนะ”
แต่บางครั้งการยอมรับความรู้สึกของลูกก่อนก็สำคัญ เช่น
“หนูคงเสียดายที่แพ้เนอะ”
“ครั้งนี้เราไม่ชนะ แต่เราได้ลองเล่นแล้วนะ”
เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ความผิดหวังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเราสามารถรับมือกับความรู้สึกนั้นได้
แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อลูกกำลังอารมณ์เสีย ?
เมื่ออารมณ์ของลูกกำลังพุ่งสูง การอธิบายยาว ๆ อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ลองใช้ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ
1. รับรู้ความรู้สึก “แม่รู้ว่าหนูกำลังโกรธ”
2. ตั้งขอบเขตพฤติกรรม “โกรธได้นะ แต่ตีคนอื่นไม่ได้”
3. ช่วยหาวิธีสงบลง “เรามานั่งพัก หายใจช้า ๆ แล้วค่อยคุยกันนะ”
เมื่อสถานการณ์สงบแล้ว จึงค่อยพูดคุยเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้น และครั้งหน้าลูกสามารถทำอย่างไรได้บ้าง
อย่าลืมว่า พ่อแม่เองก็เป็นตัวอย่างของลูก
เด็กไม่ได้เรียนรู้เรื่องอารมณ์จากคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเรียนรู้จากการสังเกตคนรอบตัวด้วย

สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้ลูกเห็นว่า การมีอารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา และเราสามารถหาวิธีดูแลอารมณ์ของตัวเองได้
การจัดการอารมณ์ต้องใช้เวลา ไม่ใช่สิ่งที่สอนได้ในวันเดียว
การที่วันนี้ลูกยังร้องไห้เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ไม่ได้หมายความว่าการสอนที่ผ่านมาไม่ได้ผล เด็กแต่ละวัยยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง
หน้าที่ของพ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้องทำให้ลูก “ไม่เจออารมณ์ลบ”
แต่คือการอยู่ข้าง ๆ ลูกในวันที่เขารู้สึกโกรธ เสียใจ ผิดหวัง หรือหงุดหงิด
และค่อย ๆ สอนให้เขารู้จักอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น
เพราะเมื่อเด็กเข้าใจว่า “ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอะไร” เขาก็จะมีพื้นฐานในการเรียนรู้ว่า “แล้วฉันจะรับมือกับความรู้สึกนี้อย่างไร” 🌱💛
ASTA Family ร่วมสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูกไปด้วยกัน



ความคิดเห็น