top of page

ลูกไม่มีสมาธิ หรือแค่ยังไม่พร้อมจดจ่อ?

  • รูปภาพนักเขียน: ASTA Mammy & Kids
    ASTA Mammy & Kids
  • 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

“ทำไมลูกนั่งทำกิจกรรมแป๊บเดียวก็ลุก?”


“เรียกแล้วเหมือนไม่ฟังเลย”


“ลูกไม่มีสมาธิหรือเปล่า?”


พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่สงสัยว่า ลูกมีปัญหาเรื่องสมาธิไหม ?


แต่จริง ๆ แล้ว เด็กแต่ละวัยมีความสามารถในการจดจ่อแตกต่างกัน

และเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงที่กำลังเรียนรู้การควบคุมความสนใจและพฤติกรรมของตัวเอง


การที่ลูกเปลี่ยนของเล่นบ่อย นั่งทำกิจกรรมได้ไม่นาน หรือหันไปสนใจสิ่งอื่นระหว่างทำกิจกรรม

จึงไม่ได้หมายความว่าลูกไม่มีสมาธิเสมอไป


สิ่งสำคัญคือ

พ่อแม่ควรลองสังเกตว่า..


ลูกจดจ่อได้ในสถานการณ์ไหน และอะไรที่ทำให้ลูกเสียสมาธิได้ง่าย



“ไม่มีสมาธิ” กับ “ยังจดจ่อได้ไม่นาน” ต่างกันอย่างไร ?

เด็กเล็กอาจยังไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้นานเหมือนผู้ใหญ่


โดยเฉพาะกิจกรรมที่ไม่ตรงกับความสนใจ หรือมีระดับความยากที่ไม่เหมาะกับตัวเอง เช่น

ลูกนั่งต่อจิ๊กซอว์ได้ไม่กี่นาทีแล้วลุกไปเล่นรถ แต่กลับสามารถเล่นรถที่ตัวเองชอบได้นานกว่า


พฤติกรรมแบบนี้อาจไม่ได้หมายความว่า “ลูกไม่มีสมาธิ” แต่เป็นสิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติมว่า

ลูกสามารถจดจ่อกับกิจกรรมที่ตัวเองสนใจได้หรือไม่



ลองสังเกตลูกจากคำถามเหล่านี้


  • ลูกสามารถเล่นสิ่งที่ตัวเองสนใจได้นานขึ้นหรือไม่?


  • เมื่อลดเสียงรบกวนหรือสิ่งรอบตัว ลูกจดจ่อได้ดีขึ้นหรือไม่?


  • ลูกสามารถทำกิจกรรมง่าย ๆ จนจบได้หรือไม่?


  • เมื่อลูกวอกแวก พ่อแม่ชวนกลับมาแล้ว ลูกสามารถกลับมาทำต่อได้หรือไม่?



หากลูกทำได้ในบางสถานการณ์ ก็อาจหมายความว่า ลูกมีความสามารถในการจดจ่อ

เพียงแต่ยังต้องฝึกให้สามารถใช้ทักษะนี้ได้หลากหลายสถานการณ์มากขึ้น



อะไรทำให้ลูกจดจ่อได้ไม่นาน ?

บางครั้งสิ่งที่พ่อแม่มองว่าเป็น “ปัญหาสมาธิ” อาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้


ถ้ากิจกรรมนั้นไม่สนุกหรือไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกสนใจ ลูกอาจเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ง่าย เช่น


กิจกรรมยากเกินไป หากลูกทำไม่ได้หลายครั้ง อาจรู้สึกหงุดหงิดและไม่อยากทำต่อ


กิจกรรมง่ายเกินไป หากกิจกรรมง่ายเกินไปและไม่มีอะไรให้ค้นหา ลูกก็อาจรู้สึกเบื่อได้เช่นกัน


มีสิ่งรบกวนรอบตัว เสียงทีวี โทรศัพท์ ของเล่นหลายชิ้น หรือคนเดินไปมา อาจทำให้เด็กหันไปสนใจสิ่งอื่นได้ง่าย


ลูกเหนื่อย หิว หรือง่วง เมื่อร่างกายไม่พร้อม การจดจ่อกับกิจกรรมก็อาจทำได้ยากขึ้น


ดังนั้น ก่อนจะบอกว่า “ลูกไม่มีสมาธิ” ลองดูสภาพแวดล้อมและความพร้อมของลูกในตอนนั้นด้วย



พ่อแม่ช่วยฝึกสมาธิลูกได้อย่างไร ?

การฝึกสมาธิไม่จำเป็นต้องให้ลูกนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากกิจกรรมที่ยาก


ลองเริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ ที่ลูกสนใจ แล้วค่อย ๆ ฝึกทีละนิด



1.เริ่มจากกิจกรรมสั้น ๆ



ไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้ลูกนั่งทำกิจกรรมเป็นเวลานานตั้งแต่แรก แต่ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัย และให้ลูกทำในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อน เมื่อเริ่มทำได้ดีจึงค่อยเพิ่มความท้าทาย


เป้าหมายไม่ใช่ให้ลูกนั่งนิ่งที่สุด แต่ให้ลูกค่อย ๆ ฝึกอยู่กับสิ่งที่กำลังทำ



2.ลดสิ่งรบกวนก่อนเริ่มเล่น



ก่อนเริ่มกิจกรรม ลองปิดทีวี เก็บของเล่นที่ไม่ได้ใช้ และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ให้พร้อม

เมื่อมีสิ่งดึงดูดความสนใจน้อยลง ลูกก็มีโอกาสโฟกัสกับกิจกรรมตรงหน้าได้ง่ายขึ้น



3.ให้ลูกได้ลงมือทำ



เด็กเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือทำ ลองเลือกกิจกรรมที่ลูกต้องใช้มือและความคิดร่วมกัน เช่น


  • ต่อจิ๊กซอว์ 🧩

  • ต่อบล็อก 🧱

  • วาดรูป 🎨

  • จับคู่ภาพกับตัวอักษร 🔤

  • จับคู่ตัวเลข 🔢

  • เล่นเกมง่าย ๆ 🎲


กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ลูกสนุก แต่ยังเปิดโอกาสให้ลูกได้ฝึก การสังเกต การคิด และการจดจ่อ



4.ให้ลูกทำทีละอย่าง



หากลูกกำลังต่อบล็อกอยู่ ลองให้เวลาลูกอยู่กับกิจกรรมนั้นก่อน ไม่จำเป็นต้องยื่นของเล่นชิ้นใหม่ให้ทันทีเมื่อลูกเริ่มเบื่อ ให้ลูกได้เรียนรู้ว่า


“เราทำสิ่งนี้ก่อน แล้วค่อยไปทำอย่างอื่น”


การทำกิจกรรมทีละอย่างเป็นโอกาสให้ลูกได้ฝึกจดจ่อ และเรียนรู้การเปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่ง



5.ชื่นชมความพยายามของลูก



เมื่อลูกพยายามทำกิจกรรมต่อ แม้จะมีช่วงที่วอกแวก ลองชื่นชมความพยายาม เช่น


“หนูพยายามจนต่อเสร็จเลย”


“เมื่อกี้หนูหลุดไปนิดหนึ่ง แต่กลับมาทำต่อจนเสร็จได้”


การชื่นชมแบบนี้ช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของ ความพยายามและการกลับมาทำต่อ

ไม่ใช่เพียงการต้องนั่งนิ่ง ๆ เท่านั้น



6.ชวนลูกทำต่อจนจบในแบบที่เหมาะกับวัย



เมื่อลูกเริ่มอยากเปลี่ยนกิจกรรม ลองชวนอย่างอ่อนโยน เช่น


“อีกนิดเดียว เรามาต่อให้เสร็จกันนะ” หรือ


“ต่ออีก 2 ชิ้น แล้วเราค่อยไปเล่นอย่างอื่นกัน”


การแบ่งเป้าหมายให้เล็กลง อาจช่วยให้เด็กรู้สึกว่ากิจกรรมนั้นไม่ยากเกินไป

แต่หากลูกเหนื่อยหรือเริ่มหงุดหงิดมาก ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน


เพราะการฝึกสมาธิควรเป็นประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัยและความพร้อมของลูก ❤️



สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้

อย่าเพิ่งติดป้ายว่า “ลูกไม่มีสมาธิ”


การที่ลูกลุกจากกิจกรรมบ่อย หรือเปลี่ยนของเล่นเร็ว

ไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับความสามารถในการจดจ่อของลูก


ก่อนจะกังวล ลองสังเกตว่า


✔️ ลูกจดจ่อกับสิ่งที่สนใจได้นานแค่ไหน


✔️ ลูกทำกิจกรรมง่าย ๆ จนจบได้หรือไม่


✔️ เมื่อลดสิ่งรบกวน ลูกโฟกัสได้ดีขึ้นหรือไม่


✔️ เมื่อลูกวอกแวก สามารถกลับมาทำต่อได้หรือไม่


✔️ พฤติกรรมเกิดขึ้นเฉพาะบางกิจกรรม หรือเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์


เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน


สมาธิไม่ใช่สิ่งที่ต้องบังคับให้เกิด แต่เป็นทักษะที่ค่อย ๆ พัฒนาผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน 🌱


หากพ่อแม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการหรือพฤติกรรมของลูกอย่างต่อเนื่อง หรือพฤติกรรมส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินอย่างเหมาะสมค่ะ


หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่การวินิจฉัยภาวะทางการแพทย์


ASTA Family ร่วมสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูกไปด้วยกัน


ของเล่นที่ช่วยเปลี่ยนทุกการเล่น ให้เป็นทุกการเรียนรู้


ความคิดเห็น


งานออกแบบ Banner - แบบประเมิน EF-01.png
bottom of page