ฝึกลูกวัยอนุบาลใช้ช้อนส้อมกินข้าวเอง พัฒนา EF ง่ายๆ ที่บ้าน | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 27 ม.ค.
- ยาว 1 นาที

เจ้าตัวเล็กของคุณพ่อคุณแม่บ้านไหน ฝึกใช้ช้อนส้อมกินข้าวด้วยตัวเองกันบ้างเเล้วคะ?
หลายบ้านอาจคิดว่า "เดี๋ยวโตขึ้นก็ทำเป็นเอง" แต่ในความเป็นจริงแล้ว… การให้ลูกวัยอนุบาลฝึกใช้ช้อนส้อมกินข้าวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องความช่วยเหลือตัวเองเท่านั้นนะคะ แต่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยพัฒนา ทักษะ EF ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันเลยค่ะ
เพราะทุกคำที่ตัก ทุกครั้งที่เขาตักเเล้วพลาด และทุกความพยายาม คือการฝึกสมองส่วนหน้าให้คิด ควบคุม และไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ บทความนี้จะชวนคุณพ่อคุณแม่ไปดูวิธีการฝึกลูกให้เริ่มต้นใช้ช้อนส้อมกินข้าวด้วยตัวเอง จุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาทักษะ EF ในเด็กทุกคนไปพร้อมกัน อ่านจบเเล้วสามารถนำไปฝึกกับลูกได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ตามไปดูกันเลยค่ะ

การใช้ช้อนส้อมเองช่วยพัฒนาทักษะ EF ได้อย่างไร ?
ในสายตาของผู้ใหญ่แล้ว การตักข้าวกินด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องง่ายดาย แต่สำหรับเด็กเล็ก นี่ถือว่าเป็นภารกิจที่ต้องใช้สมองหลายส่วนพร้อมกัน เพราะเด็กต้องควบคุมมือให้ไม่หก ต้องจดจ่อกับอาหารตรงหน้า วางแผนการตัก รู้จักอดทนเมื่อทำหก และแก้ไขเมื่อพลาด และทั้งหมดนี้คือหัวใจของ ทักษะ EF ไม่ว่าจะเป็น
• การยับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) : ลูกต้องเรียนรู้ที่จะไม่เอามือเปื้อนข้าวเข้าปากโดยตรง ต้องรอ ต้องพยายามใช้ช้อนตักให้ได้ ต้องควบคุมแรงไม่ให้ช้อนกระเด็น หรืออาหารหกเลอะเทอะ เพื่อโฟกัสกับอาหารตรงหน้า
• ความจำใช้งาน (Working Memory) : เขาต้องจำว่าต้องถือช้อนมุมไหน ส้อมทำหน้าที่อะไร และต้องกะระยะจากจานไปถึงปากให้แม่นยำ หรือจดจำได้ว่าก่อนหน้านี้ต้องตักอาหารแบบไหนแล้วหก หรือตักแบบไหนแล้วสำเร็จ เขาจะจดจำท่าทางการจับช้อน เเละปรับปรุงการกระทำในครั้งต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
• ความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility) : บางครั้งอาหารที่กินอาจมีชิ้นใหญ่เกินไป ตักยากช้อนที่ใช้ไม่ถนัด ลูกอาจจะต้องลองปรับเปลี่ยนวิธีการตัด หรือเปลี่ยนมุมในการจับช้อยใหม่ เพื่อให้ตักอาหารให้ได้ หรือถ้าช้อนตักผักไม่ได้ผล เขาจะลองใช้ส้อมจิ้มแทนไหม? นี่คือกระบวนการแก้ปัญหาหน้างานที่ยอดเยี่ยมมาก
นอกจากนี้การใช้ช้อนส้อมยังช่วยพัฒนาทักษะการประสานงานระหว่างมือกับตา (Hand-Eye Coordination) และพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเขียนและการทำกิจกรรมอื่นๆ ในอนาคตอีกด้วยนะคะ

เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นห้องเรียน EF ฉบับลงมือทำจริงได้ง่าย ๆ
หากคุณพ่อคุณแม่อยากเริ่มต้นฝึกให้ลูกกินข้าวเองแบบไม่ต้องกดดันลูกก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ การฝึกลูกใช้ช้อนส้อมเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความเข้าใจ เรามีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก เพื่อให้การเรียนรู้ครั้งนี้เป็นไปอย่างสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมค่ะ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ
เริ่มให้เร็ว แต่ไม่เร่งรัดมากจนเกินไป อาจจะเริ่มให้ลูกลองจับช้อนตั้งแต่ตอนที่เริ่มอาหารเสริม (ประมาณ 6-8 เดือน) เพื่อให้เขามีโอกาสสำรวจและคุ้นเคยกับอุปกรณ์ โดยให้เขาใช้มือตักควบคู่ไปกับการใช้ช้อนส้อม คุณพ่อคุณแม่ช่วยนำทางให้ในช่วงแรกได้เลยค่ะ
เตรียมอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมลูกไม่ใช่ “ขวางกั้น” : เลือกช้อนส้อมที่ขนาดพอดีมือเด็ก น้ำหนักเบา และไม่คมจนเกินไป อุปกรณ์ที่ใช้ง่ายจะทำให้ลูกรู้สึกว่า “หนูทำได้” และอยากพยายามต่อ
ให้ลูกลองด้วยตัวเองก่อน แม้จะเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไร : ในช่วงแรกต้องทำใจเรื่องความสะอาดค่ะ การที่ลูกทำข้าวหกบ้างคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อย่าเพิ่งรีบป้อนทันทีเมื่อเห็นลูกช้า ถ้าเราดุหรือรีบเข้าไปเช็ด ลูกจะเสียความมั่นใจและหยุดพัฒนา ทักษะ EF ด้านความพยายามทันที

แบ่งขั้นตอนให้ง่าย : ในช่วงแรกอาจให้ลูกใช้แค่ช้อนก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มส้อมเข้ามา หรือลองสอนลูกทีละขั้นตอน เช่น จับช้อนอย่างไร ตักอย่างไร ยกขึ้นมาอย่างไร แล้วค่อย ๆ เอาเข้าปาก
ชวนให้ลูกวางแผน (Planning) : ลองถามลูกเล่นๆ ว่า “วันนี้มีไข่เจียวกับผัก ลูกจะตักคำไหนก่อนดีนะ?” การให้ลูกเลือกและวางแผนลำดับการกิน คือการฝึกสมองส่วนการวางแผนที่ทำได้ง่ายที่สุดในโลกค่ะ
พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก : ด้วยการให้ลูกเรียนรู้จากการมีต้นแบบที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน และแสดงให้เห็นว่าการใช้ช้อนส้อมอย่างถูกวิธีเป็นอย่างไร
การฝึกลูกใช้ช้อนส้อมไม่ได้เป็นเพียงแค่การสอนให้ลูกกินข้าวเองได้เท่านั้น แต่มันคือการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญ มื้ออาหารวันนี้อาจจะยาวนานกว่าเดิมนิดหน่อย เลอะเทอะกว่าเดิม แต่ก็แลกมาด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจเมื่อลูกได้ลองทำมันอย่างสำเร็จ นั่นคือสัญญาณว่า ทักษะ EF กำลังพัฒนาขึ้นค่ะ การป้อนข้าวลูกอาจจะทำให้ท้องอิ่มในวันนี้ แต่การสอนให้ลูกกินเอง จะทำให้เขามีสมองที่พร้อมจะเรียนรู้และพึ่งพาตัวเอง สามารถจัดการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น และพร้อมที่จะเผชิญกับโลกกว้างได้อย่างมั่นใจค่ะ
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-





ความคิดเห็น