เทคนิคฝึกเด็กให้รู้จักรอคอยอย่างใจเย็น 6 วิธีช่วยลูกเรียนรู้ความอดทน

“รอแป๊บนึงนะลูก” ประโยคสั้น ๆ ที่พ่อแม่พูดอยู่บ่อย ๆ แต่สำหรับเด็กบางคน การรอเพียงไม่กี่นาทีอาจเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการรอของเล่น การรอขนม หรือการรอให้คุณพ่อคุณแม่ทำธุระให้เสร็จ ก็มักตามมาด้วยอาการงอแง หงุดหงิด หรือถามซ้ำ ๆ ว่า “เมื่อไหร่จะได้?”
จริง ๆ แล้วการที่ลูกยังไม่ชอบรอคอย ไม่ได้หมายความว่าลูกเอาแต่ใจเสมอไป
เพราะทักษะการรอคอยเป็นสิ่งที่เด็กต้องค่อย ๆ เรียนรู้และฝึกฝนตามช่วงวัย พ่อแม่จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะรออย่างเหมาะสม
ทำไมเด็กถึงไม่ชอบรอคอย ?
สำหรับเด็กเล็ก การควบคุมความต้องการของตัวเองยังอยู่ในช่วงพัฒนา
เมื่ออยากได้อะไร หรืออยากทำอะไร เด็กมักต้องการสิ่งนั้นทันที เพราะยังจัดการกับความรู้สึกผิดหวังและความหงุดหงิดได้ไม่ดีนัก

นอกจากนี้ เด็กยังอาจไม่เข้าใจเรื่องระยะเวลา เช่น คำว่า “อีก 5 นาที”
สำหรับผู้ใหญ่เป็นเวลาสั้น ๆ แต่สำหรับเด็กอาจเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและจับต้องได้ยาก
การรอคอยจึงไม่ใช่แค่การนั่งนิ่ง ๆ แต่ยังเกี่ยวข้องกับทักษะหลายด้าน เช่น
- การยับยั้งชั่งใจ: รู้จักหยุดความต้องการของตัวเองและไม่รีบทำทันที
- การควบคุมอารมณ์: รับมือกับความหงุดหงิดเมื่อต้องรอ
- ความอดทน: เรียนรู้ว่าบางสิ่งต้องใช้เวลา
- การจดจ่อ: สามารถทำกิจกรรมอื่นระหว่างรอได้
ฝึกเด็กให้รู้จักรอคอย เกี่บวของกับทักษะ EF (Executive Functions) หรือทักษะสมองที่ช่วยให้เด็กกำกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตัวเองได้ มาดู 6 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้การรออย่างใจเย็นกัน
6 วิธีฝึกให้ลูกรู้จักรอคอย พ่อแม่เริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว

1. เริ่มจากการรอในระยะเวลาสั้น ๆ
อย่าเพิ่งคาดหวังให้ลูกสามารถรอได้นานตั้งแต่ครั้งแรก ลองเริ่มจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เหมาะกับวัย
และความสามารถของลูก เช่น รอคุณแม่เตรียมของเล่นสักครู่ หรือรอให้สมาชิกในบ้านพูดจบก่อน
เมื่อลูกเริ่มทำได้ ค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาขึ้นทีละนิด เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ว่าการรอเป็นสิ่งที่ทำได้
2. บอกลูกให้ชัดเจนว่าต้องรอนานแค่ไหน
แทนที่จะพูดเพียงว่า “เดี๋ยวก่อน” หรือ “รอแป๊บนึง” ลองเปลี่ยนเป็นคำพูดที่ชัดเจนขึ้น เช่น
- “รอแม่ล้างมือเสร็จก่อนนะ”
- “พอพ่อเก็บจานเสร็จ เราจะไปเล่นด้วยกัน”
- “รอให้เพื่อนเล่นเสร็จก่อน แล้วถึงตาของเรานะ”
การบอกให้ลูกเห็นภาพว่าจะต้องรอจนถึงเหตุการณ์ไหน ช่วยให้เด็กเข้าใจและคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
3. ใช้ตัวช่วยที่ทำให้เวลามองเห็นได้
เด็กเล็กอาจยังไม่เข้าใจเรื่องเวลาอย่างเป็นนาทีหรือตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา พ่อแม่จึงอาจใช้ตัวช่วย เช่น นาฬิกาทราย นาฬิกาจับเวลา หรือภาพกิจกรรม เพื่อให้ลูกมองเห็นว่าต้องรอจนถึงเมื่อไหร่
ตัวช่วยเหล่านี้ทำให้การรอเป็นรูปธรรมมากขึ้น และช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องลำดับเวลา

4. ชวนลูกทำกิจกรรมระหว่างรอ
การรอไม่จำเป็นต้องหมายถึงการนั่งเฉย ๆ เสมอไป ลองชวนลูกทำกิจกรรมง่าย ๆ ระหว่างรอ เช่น
- ต่อบล็อกหรือเรียงตัวต่อ
- วาดรูปเล่น
- ดูหนังสือภาพ
- เล่นเกมทายคำ
- ช่วยคุณแม่เตรียมของ
นอกจากช่วยให้ลูกมีอะไรทำระหว่างรอแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ลูกได้ฝึกสมาธิและทักษะการเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วย
5. ฝึกผ่านเกมและกิจกรรมที่มีกติกา
เกมที่ต้องผลัดกันเล่นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ลูกได้ฝึกการรอคอย
เช่น เกมทอยลูกเต๋า เกมจับคู่ภาพ หรือเกมกระดาน ที่ต้องรอให้ถึงตาของตัวเอง
ระหว่างเล่น พ่อแม่สามารถชวนลูกพูดคุยว่า “ตอนนี้ถึงตาใครนะ?” หรือ “เรารอให้เพื่อนเล่นก่อน
แล้วเดี๋ยวถึงตาเรา” เพื่อให้ลูกค่อย ๆ เข้าใจการรอคอยและการเคารพกติกา

6. ชื่นชมเมื่อลูกพยายามรอ
เมื่อลูกสามารถรอได้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าลืมชื่นชมความพยายามของลูก เช่น
- “เมื่อกี้หนูรอแม่ได้ เก่งมากเลย”
- “แม่เห็นนะว่าหนูอยากเล่นมาก แต่หนูก็รอจนถึงตาตัวเองได้”
- “วันนี้หนูรอได้นานขึ้นกว่าเดิมแล้วนะ”
การชื่นชมอย่างเฉพาะเจาะจงช่วยให้ลูกเห็นว่าตัวเองทำอะไรได้ดี และมีกำลังใจที่จะลองฝึกอีกครั้ง
ถ้าลูกยังงอแงระหว่างรอ พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งดุลูกหรือคาดหวังว่าลูกจะต้องรอได้ทันที เพราะการเรียนรู้ทักษะนี้ต้องใช้เวลา
เมื่อเห็นว่าลูกเริ่มหงุดหงิด พ่อแม่อาจเริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของลูก เช่น
“แม่รู้ว่าหนูอยากเล่นแล้ว แต่ตอนนี้เราต้องรออีกนิดนะ”
จากนั้นค่อยช่วยลูกหาวิธีจัดการกับความรู้สึก หรือชวนทำกิจกรรมอื่นระหว่างรอ
หากลูกยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ลองฝึกใหม่ในสถานการณ์ที่ง่ายขึ้นก่อน

การรอคอยเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลา ค่อย ๆ ฝึกไปพร้อมกับลูก
อย่าลืมว่าการฝึกรอคอยไม่ใช่การทำให้ลูกต้องอดทนหรือเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้เสมอไป
แต่เป็นการช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่า เมื่อมีความต้องการหรือความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น เราสามารถค่อย ๆ จัดการกับมันได้
พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องฝึกให้ลูกเก่งขึ้นภายในวันเดียว แค่เริ่มจากสถานการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำ และคอยสนับสนุนเมื่อลูกยังทำไม่ได้ เท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ 💛
ASTA Family ร่วมสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูกไปด้วยกัน
ของเล่นเสริมพัฒนาการฝึกการรอคอย


ความคิดเห็น