top of page

ไขข้อสงสัย! โอเมก้า 3 คำคุ้นหูที่ใครๆ ก็พูดถึง ช่วยบำรุงสมองลูกน้อยได้จริงหรือไม่ ?


โอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมองได้จริงหรือ

มีลูกเมื่อไหร่ต้องรู้จักกับโอเมก้า 3 กันแน่นอน ถูกต้องไหมคะ? 

เมื่อเราเป็นคุณพ่อคุณแม่แล้วแน่นอนว่าเราต้องหาแต่สิ่งดี ๆ สารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยกันใช่ไหมละคะ และเมื่อหาข้อมูลตามสื่อโซเชียลมีเดีย แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ต้องพูดถึงโอเมก้า 3  หรือโอเมก้า 3 ต้องมีติดอันดับในการแนะนำแน่นอน  เพราะโอเมก้า 3 เป็นอาหารบำรุงสมองชั้นดีสำหรับลูกน้อยของเราเลยค่ะ ในบทความนี้ทาง AsmartBrain จะพามารู้จักกับโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น และพามาหาคำตอบว่าโอเมก้า 3ช่วยบำรุงสมองจริงหรือไม่


โอเมก้า 3 คืออะไร

โอเมก้า 3 มีชื่อเต็มว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 polyunsaturated fatty acids (PUFAs) เป็นกลุ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ค่ะ ซึ่งได้รับจากการกินอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 เท่านั้น โดยจะประกอบไปด้วยกรดไขมันชนิดย่อย เช่น เอแอลเอ (ALA) อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายทั้งนั้นเลยค่ะ ส่วนใหญ่พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาเฮอร์ริ่ง เป็นต้น


อาหารที่มีโอเมก้า 3

โอเมก้า 3มีประโยชน์ต่อลูกอย่างไร 

โอเมก้า 3 เป็นสารอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง ดังนี้

  • ช่วยเสริมสร้างการมองเห็น DHA (Docosahexaenoic acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่ง เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ประสาทในจอประสาทตา มีส่วนช่วยในการพัฒนาการมองเห็นของทารกและเด็กเล็ก

  • ช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำ DHA มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการไหลลื่นของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ทำให้กระแสประสาทส่งผ่านข้อมูลได้ดีขึ้น ส่งผลให้การเรียนรู้และความจำดีขึ้น

  • ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา DHA มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการฟัง ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาดีขึ้น

  • ช่วยป้องกันโรคทางสมอง DHA มีส่วนช่วยป้องกันโรคทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง


งานวิจัยเกี่ยวกับโอเมก้า 3

จากการศึกษาวิจัยพบว่าคุณแม่ที่บริโภคไขมัน DHA จะมีสุขภาพครรภ์ที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้บริโภคไขมัน DHAค่ะ  อีกทั้งช่วยเพิ่มน้ำหนักเด็กที่คลอดและลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดได้อีกด้วยนะคะ และนอกจากนั้น เด็กที่รับประทานโอเมก้า 3 เป็นประจำจะมีพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ที่ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับโอเมก้า 3 โดยเฉพาะในช่วงวัยทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกน้อยได้รับโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสม โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ทารกได้รับโอเมก้า 3 อย่างน้อย 0.2 กรัมต่อวัน ส่วนเด็กเล็กได้รับ 0.5 กรัมต่อวันค่ะ ซึ่งจากผลวิจัยแสดงให้เห็นว่ายิ่งมีระดับ DHA ในเลือดมากเท่าใด เด็กก็จะทำแบบทดสอบด้านการรับรู้ได้ดีเท่านั้นค่ะ จึงเรียกได้ว่าโอเมก้า 3 เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง


อาหารที่มีโอเมก้า 3

อาหารจำพวกปลา : ปลาแมคเคอเรล , ปลาแซลมอน , ปลาแฮร์ริ่ง , ปลาซาร์ดีน , ปลาแอนโชว์วี่ , ปลาทูน่า

ธัญพืชต่าง ๆ : เมล็ดแฟลกซ์ , เมล็ดเจีย , วอลนัท , ถั่วเหลือง

น้ำมันสกัดจากพืช : น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ , น้ำมันถั่วเหลือง , น้ำมันคาโนลา

อาหารเสริมต่าง ๆ : น้ำมันตับปลา , น้ำมันปลา

นมต่าง ๆ : นมที่มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 หรือ DHA


เด็กผู้ชายกำลังเรียนรู้

ประโยชน์ของโอเมก้า 3 ต่อเด็กมีอะไรบ้าง

อย่างที่ทราบกันดีค่ะว่า โอเมก้า 3 นั้นมีสรรพคุณหลายอย่างมากมาย นอกจากการช่วยบำรุงสมองและพัฒนาการ ยังช่วยในเรื่องใดอีกบ้างวันนี้ ทาง AsmartBrain เอามาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ 


เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง  โอเมก้า 3 จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ ให้สามารถกำจัดเชื้อโรคและเซลล์แปลกปลอมได้ดีขึ้น เด็กที่ได้รับโอเมก้า 3สม่ำเสมอ จะแข็งแรง และมีแนวโน้มเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจลดลงอีกด้วยนะคะ 


เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

โอเมก้า 3 จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและสารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงกระดูกได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรงมากขึ้นค่ะ


บำรุงหัวใจ

โอเมก้า 3 จะเข้าไปลดไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ที่เป็นไขมันชนิดไม่ดี ช่วยปรับสมดุลความดันเลือด ยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังพบว่าประโยชน์ของโอเมก้า 3ในเด็กอาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงให้กับเด็กได้


ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายมั่นใจได้เลยค่ะ ว่าโอเมก้า 3 เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมองได้ดีเลยค่ะ เพราะมีงานวิจัยต่าง ๆ รับรอง แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรจะให้ลูกน้อยทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่นะคะ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ครบและเพียงพอ และฝากติดตามบทความอื่น ๆ ของเรากันด้วยนะคะ เพราะAsmartBrain  เราพร้อมเป็นเพื่อนช่วยเลี้ยงลูกไปกับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านเลยค่ะ 



มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูกวันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?

-AsmartBrain  -



4 views0 comments

Comments