วิธีทำให้ลูกมีสมาธิและจัดการการบ้านได้เอง ฉบับนักเรียนมือใหม่ | ทักษะ EF วันละตอน
- ASTA Mammy & Kids
- 1 ต.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

เมื่อลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยเรียน "การบ้าน" อาจกลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่เลยนะคะ หลายบ้านอาจพบปัญหาเมื่อลูกนั่งทำการบ้านไม่ได้เกิน 5 นาที เบื่อ งอแง หรือคอยให้พ่อแม่คอยนั่งจ้ำจี้จ้ำไชอยู่ข้างๆเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเด็กเสมอไป แต่เป็นเพราะพวกเขายังไม่ได้รับการฝึกให้มีสมาธิ และยังจัดการตัวเองไม่เป็น
คงจะดีมากเลยนะคะ หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกทำการบ้านด้วยตัวเองได้โดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องคอยนั่งบังคับตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการช่วยลูกฝึกทักษะ EF ที่เกี่ยวข้องกับการจดจ่อ วางแผน และควบคุมตัวเอง ซึ่งสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ตั้งแต่วันนี้เลยมาลองดูไปพร้อมกันค่ะ
1. จัดเตรียมพื้นที่ทำการบ้านให้เอื้อต่อสมาธิของลูก

นั่นก็เพราะสภาพแวดล้อมมีผลอย่างมากต่อการมีสมาธิของเด็ก การมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำการบ้านจะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและจดจ่อกับการบ้านตรงหน้าได้ดีขึ้น
จัดมุมทำการบ้านที่เงียบสงบ : มุมนั้นไม่ควรมีสิ่งรบกวน เช่น ของเล่น ทีวี หรือหน้าต่างที่มองเห็นกิจกรรมภายนอก การมีพื้นที่ที่จำกัดสิ่งรบกวนจะช่วยให้สมองของลูกไม่ฟุ้งซ่านเเละเกิดความเข้าใจว่า เมื่ออยู่ตรงนี้คือเวลาทำการบ้าน ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิและการโฟกัสได้ดี
อุปกรณ์พร้อมใช้ : จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ดินสอ ยางลบ สี หรือหนังสือเรียน ให้พร้อมอยู่ในที่ที่หยิบง่าย การไม่ต้องลุกไปหาของบ่อยๆ จะช่วยไม่ให้สมาธิสะดุด
2. สร้างตารางเวลาให้เป็นกิจวัตร

การมีตารางเวลาที่ชัดเจนจะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของทักษะ EF ได้เป็นอย่างดี
กำหนดเวลาทำการบ้านที่แน่นอน : ลองกำหนดเวลาตายตัวในแต่ละวัน เช่น "ทุกวันหลังกินข้าวเย็นเราจะทำการบ้าน 1 ชั่วโมง" และการทำซ้ำๆ จะช่วยให้ลูกคุ้นชินและสมองจะเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนรู้
3.แบ่งงานใหญ่ให้เป็นงานเล็ก

เป็นเรื่องธรรมดานะคะที่เด็กมักจะท้อเมื่อเห็นการบ้านกองโต ลองช่วยเขาแบ่งการบ้านออกเป็นส่วนย่อยๆ เช่น ทำโจทย์คณิตศาสตร์ 5 ข้อ พัก 5 นาที แล้วค่อยทำต่อ การจัดการทีละขั้นตอนนี้คือการฝึกทักษะ EF เรื่องการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าถึงแม้การบ้านจะเยอะเราก็สามารถทำเสร็จได้หากค่อยๆ จัดการทีละส่วน การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่างานไม่หนักเกินไปและมีกำลังใจทำต่อจนจบ
4. ฝึกให้ลูกคิดและลงมือทำด้วยตัวเอง

แทนที่พ่อแม่จะชี้นำทุกขั้นตอน ลองปล่อยให้ลูกได้คิดหาวิธีแก้ปัญหาและจัดการการบ้านด้วยตัวเองบ้าง ซึ่งเป็นการเสริมสร้างทักษะ EF ด้านการคิดวิเคราะห์และการยืดหยุ่นทางความคิด
ชวนลูกตั้งเป้าหมาย : ก่อนเริ่มทำการบ้าน ลองถามลูกว่า "การบ้านวันนี้มีอะไรบ้าง" หรือ "หนูจะเริ่มทำอันไหนก่อนดี" การให้ลูกมีส่วนร่วมในการวางแผนจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในการจัดการ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
ให้คำแนะนำมากกว่าคำสั่ง : เมื่อลูกเจอปัญหา ให้ตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นให้ลูกคิดเอง เช่น "หนูคิดว่าถ้าลองวิธีนี้จะช่วยได้ไหม" หรือ "เรื่องนี้คล้ายกับที่เราเคยเรียนอะไรมาบ้าง" การทำแบบนี้จะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5.ใช้การเสริมแรงเชิงบวก

การเสริมแรงเชิงบวกเป็นวิธีที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากพยายามมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องฝึกทำการบ้านเอง ซึ่งอาจเป็นเรื่องใหม่และยากสำหรับลูกวัยเข้าเรียน สิ่งสำคัญคือ คำชมควรชัดเจนและเจาะจง ไม่ใช่เพียง "เก่งจังเลย" แต่ควรระบุว่าเก่งตรงไหน เช่น "เก่งมากที่นั่งทำครบ 15 นาทีโดยไม่ลุกเลย" หรือ "แม่ชอบมากที่หนูจัดกระเป๋าและหยิบสมุดมาเอง" คำชมที่เจาะจงจะทำให้เด็กเข้าใจว่า พฤติกรรมใดคือสิ่งที่พ่อแม่ชื่นชม และอยากทำซ้ำในครั้งต่อไป
นอกจากคำพูดแล้ว พ่อแม่ยังสามารถใช้รางวัลเล็กๆ เป็นแรงเสริม เช่น ได้เลือกนิทานก่อนนอน, หรือได้เวลาเล่นของเล่นเพิ่ม 10 นาที วิธีนี้จะช่วยให้เด็กสนุกกับการสร้างวินัยและฝึกสมาธิมากขึ้น
และที่สำคัญ พ่อแม่ควรแสดงออกด้วยอารมณ์ที่อบอุ่นและจริงใจ เพราะรอยยิ้ม กอด หรือการลูบหัวเบาๆ มักมีพลังมากกว่ารางวัลใดๆ ทำให้เด็กเชื่อมโยงการทำการบ้านเองกับความรู้สึกภูมิใจและได้รับการยอมรับจากครอบครัว
6. สอนให้รู้จักการรับมือกับความผิดพลาด

บางครั้งเด็กทำการบ้านผิดหรือไม่เข้าใจโจทย์ ก็อาจหมดกำลังใจจนล้มเลิก พ่อแม่ควรช่วยให้เขาเรียนรู้ว่าความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เช่น พูดว่า "ไม่เป็นไรนะ ลองใหม่ได้" วิธีนี้จะช่วยฝึกทักษะ EF เรื่องการยืดหยุ่นความคิดและความพยายามต่อเนื่องให้กับลูกไปในตัวด้วย
ในช่วงแรกที่พ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกมีสมาธิเเละสามารถจัดการกับการบ้านด้วยตัวเองได้ อาจต้องใช้เวลาเเละคุณพ่อคุณแม่อาจต้องนั่งใกล้ๆ เพื่อช่วยกระตุ้น แต่เมื่อเห็นว่าลูกเริ่มจัดการตัวเองได้แล้ว ควรถอยออกมาให้เขาทำเองมากขึ้น การปล่อยให้เด็กลองผิดลองถูกบ้าง จะช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเอง และสร้างความมั่นใจในตัวเอง
การทำให้ลูกมีสมาธิและจัดการการบ้านได้เองไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนนะคะ แค้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงกระบวนการเเละค่อยๆฝึกฝนทักษะ EF ให้ลูกอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการให้ลูกได้วางแผนและตัดสินใจด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเรื่องการบ้าน แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานทักษะ EF ที่ลูกจะใช้ในการเรียนและการใช้ชีวิตเเละสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆต่อไปในอนาคตได้ด้วยตัวเอง
มากกว่า 'ของเล่น' คือเห็นคุณได้เล่นกับลูก
วันนี้คุณเล่นกับลูกแล้วหรือยัง?
-A.smartbrain-





ความคิดเห็น