top of page

อยากให้ลูกกล้าพูดกับเราทุกเรื่อง ? 7 วิธีเป็น Safe Zone ให้ลูก

  • รูปภาพนักเขียน: ASTA Mammy & Kids
    ASTA Mammy & Kids
  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

“วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?” บางครั้งพ่อแม่ถามด้วยความเป็นห่วง


แต่คำตอบที่ได้กลับมีเพียง “ไม่รู้” “ก็ปกติ” หรือ “ไม่มีอะไร”


พ่อแม่หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมลูกถึงไม่ค่อยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง

ทั้งที่เมื่อก่อนลูกเคยเล่าให้ฟังทุกอย่าง


จริง ๆ แล้ว การที่ลูกจะรู้สึกว่า “พ่อแม่คือคนที่คุยด้วยได้” ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว

แต่ค่อย ๆ สร้างจากวิธีที่เรารับฟังและตอบสนองต่อลูกในแต่ละวัน


การเป็น Safe Zone ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ต้องตามใจลูกทุกเรื่อง แต่คือการทำให้ลูกรู้ว่า

ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร หรือเจอเรื่องอะไร เขาสามารถมาคุยกับเราได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน



7 วิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ลูกกล้าเล่าเรื่องต่าง ๆ

เพราะการที่ลูกกล้าเล่าเรื่องให้เราฟัง เริ่มต้นจากการรู้ว่า “พ่อแม่พร้อมฟังเขาเสมอ” 💛


1. ฟังให้จบ ก่อนรีบสอนหรือหาคำตอบ 👂



เมื่อลูกกำลังเล่าเรื่อง พ่อแม่อาจอยากรีบแนะนำว่า


“แม่บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนั้น”


หรือ


“ถ้าเป็นแม่ แม่จะทำแบบนี้”


แต่บางครั้งลูกอาจไม่ได้ต้องการคำตอบทันที แค่อยากมีคนฟัง

ลองวางสิ่งที่กำลังทำลงชั่วคราว มองหน้าลูก และฟังสิ่งที่เขาอยากเล่าให้จบก่อน


เพราะการที่ลูกรู้ว่า “แม่ฟังหนูจริง ๆ” ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจแล้ว



2. อย่ารีบตัดสินเมื่อได้ยินเรื่องที่ไม่ถูกใจ 💭



ถ้าลูกเล่าเรื่องบางอย่างแล้วพ่อแม่รีบพูดว่า


“ทำไมถึงทำแบบนั้น?”

“แค่นี้เอง ทำไมต้องร้องไห้?”


ลูกอาจเรียนรู้ว่า เรื่องบางเรื่องไม่ควรเล่าให้พ่อแม่ฟัง


ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่เปิดโอกาสให้ลูกเล่าต่อ เช่น


“แล้วตอนนั้นหนูรู้สึกยังไง?”

“เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น?”


ให้ลูกได้เล่าเรื่องราวในมุมของตัวเองก่อน แล้วค่อยพูดคุยกัน



3. รับฟังความรู้สึก แม้เราอาจไม่เห็นด้วย ❤️



ลูกอาจโกรธเพื่อน เสียใจที่ไม่ได้ของเล่น หรือผิดหวังกับเรื่องเล็ก ๆ


พ่อแม่อาจรู้สึกว่าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่สำหรับลูก มันอาจเป็นเรื่องสำคัญมากในตอนนั้น


ลองพูดว่า


“แม่เข้าใจนะว่าหนูเสียใจ”

“ถ้าเป็นหนู ก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน”


การเข้าใจความรู้สึก ไม่ได้แปลว่าต้องเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่ลูกทำ


เรายังสามารถบอกขอบเขตและสิ่งที่เหมาะสมได้

เพียงแต่เริ่มต้นจากการรับฟังความรู้สึกของลูกก่อน



4. เมื่อลูกทำผิด อย่าให้ความผิดกลายเป็นกำแพง 🚧



เด็กทุกคนมีโอกาสทำผิด


สิ่งสำคัญคือ เมื่อลูกทำผิดแล้ว เขายังกล้าที่จะมาบอกพ่อแม่หรือไม่


ถ้าลูกทำแก้วแตก หรือทำของเสียหาย ลองถามว่า


“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้แม่ฟังได้ไหม?”


จากนั้นค่อยช่วยกันคิดว่า


“ครั้งหน้าจะทำอย่างไรให้ไม่เกิดขึ้นอีก?”


การทำให้ลูกรู้ว่า “ทำผิดแล้วมาคุยกันได้”

จะช่วยเปิดพื้นที่ให้ลูกกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเจอปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต



5. หาเวลาคุยกันในช่วงเวลาธรรมดา 🧸



ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยถามลูกว่า "เป็นอะไร"


ลองใช้ช่วงเวลาง่าย ๆ เช่น


🍽️ ตอนกินข้าว

🚗 ตอนเดินทาง

🛁 ตอนอาบน้ำ

📖 ก่อนนอน

🎲 ตอนเล่นด้วยกัน


ชวนคุยเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เช่น


“วันนี้มีอะไรทำให้หนูยิ้มบ้าง?”


“วันนี้มีอะไรที่หนูไม่ชอบไหม?”


“ถ้าย้อนกลับไปแก้เรื่องหนึ่งในวันนี้ได้ หนูอยากแก้อะไร?”


บทสนทนาเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ

ช่วยสร้างความคุ้นเคยให้ลูกกับการพูดคุยเรื่องความรู้สึก



6. อย่าใช้เรื่องที่ลูกเคยเล่าเป็นเครื่องมือในการดุ 💛



เมื่อลูกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง

พ่อแม่ควรระมัดระวังไม่นำเรื่องนั้นกลับมาใช้ล้อเลียน ตำหนิ หรือพูดซ้ำต่อหน้าคนอื่น


เพราะลูกอาจรู้สึกว่า


“ถ้าคราวหน้าเล่าอีก แม่จะเอาเรื่องของหนูไปพูดไหม?”


ทำให้เขาไม่กล้าเล่าเรื่องสำคัญในครั้งต่อไป


การรักษาความไว้วางใจจากเรื่องเล็ก ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก



7. ทำให้ลูกมั่นใจว่า “มีอะไร แม่อยู่ตรงนี้” 🤍



บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องมีคำพูดที่สมบูรณ์แบบ


เพียงแค่บอกลูกว่า


“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ มาคุยกับแม่ได้นะ”


“ถึงหนูจะทำผิด หนูก็ยังมาบอกแม่ได้”


แม่อาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่หนูทำ แต่แม่พร้อมฟังหนูเสมอ”


คำพูดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้ว่า

พ่อแม่คือคนที่เขาสามารถหันกลับมาหาได้เมื่อเจอทั้งเรื่องดีและเรื่องยาก



สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้

Safe Zone ไม่ได้แปลว่า “ลูกต้องไม่ทำผิด”



การเป็น Safe Zone ให้ลูกไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ต้องตามใจ หรือไม่ตั้งกฎกับลูก


แต่คือการทำให้ลูกเข้าใจว่า


“ถึงหนูจะทำผิด พ่อแม่ก็ยังพร้อมฟังและช่วยหนูหาทางแก้ไข”


เพราะเมื่อเด็กรู้ว่าเขาสามารถพูดคุยกับพ่อแม่ได้โดยไม่ถูกตัดสินทันที


เขาก็มีโอกาสที่จะกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเจอเรื่องที่รับมือไม่ไหว


และบางที สิ่งที่ลูกต้องการจากพ่อแม่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด…

แต่อาจเป็นเพียง “คนหนึ่งคนที่พร้อมฟังเขาจนจบ” 💕


ASTA Family ร่วมสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูกไปด้วยกัน

ความคิดเห็น


งานออกแบบ Banner - แบบประเมิน EF-01.png
bottom of page